Page 31 - Climate
P. 31
30
4. ลักษณะภูมิอากาศ
ิ
ประเทศเวียดนามอยู่ในเขตร้อนได้รับอทธิพลของลมมรสุมทั้งสองฤดูประกอบกับเวียดนามมีเทือกเขา
ั
ั
อันนัมซึ่งวางตัวอยู่ในแนวเหนือ-ใต้ จึงทำให้ลมมรสุมทั้งสองที่พดมามีทิศทางเกือบตั้งฉากกบแนวเทือกเขาจึงทำให้
ั
ปริมาณฝนด้านรับลมแตกต่างกบบริเวณด้านหลังลม โดยด้านรับลมมีปริมาณฝนมากกว่าด้านหลังลมอีกทั้งยังทำให้
เกิดความแตกต่างของย่านอุณหภูมิและความชื้นอีกด้วย
อณหภูมิ โดยทั่วไปประเทศเวียดนามมีภูมิอากาศร้อนชื้น บริเวณตอนเหนือของประเทศในเดือนมกราคม
ุ
ุ
อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 13-20ซ. และในเดือนกรกฎาคม อณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 25-33ซ. บริเวณตอนกลาง
ของประเทศตามแนวชายฝั่งในเดือนมกราคม อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 18-28ซ. และในเดือนกรกฎาคมอุณหภูมิ
ุ
เฉลี่ยอยู่ระหว่าง 24-37ซ. และบริเวณตอนใต้ของประเทศในเดือนมกราคมอณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 17-34ซ.
และในเดือนกรกฎาคมอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 22-33ซ.
น้ำฟา ฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ในฤดูนี้บริเวณตอนเหนือของ
้
ื้
ื้
ประเทศมีฝนตก 65% ของพนที่ แต่ในฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตก 15% ของพนที่สำหรับฤดูมรสุม
ี
ตะวันตกเฉียงใต้ มีฝนตกมากบริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉยงใต้ และด้านรับลมของภูเขาโดยเฉพาะบริเวณสามเหลี่ยม
ปากแม่น้ำโขง มีฤดูฝนที่ยาวนานที่สุดในเวียดนาม ค่าเฉลี่ยฝนอยู่ประมาณ 1,980 มม. หรือ78 นิ้วต่อปี ฝนที่ตก
เป็นลักษณะของฝนซู่หนักแต่ในระยะที่เริ่มเปลี่ยนแปลงฤดู ในระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม บริเวณ
ตอนกลางตามแนวชายฝั่งของเวียดนามมีฝนตกหนักค่าเฉลี่ยฝนประมาณ 1,680 มม. หรือ 66 นิ้วต่อปี ตอนเหนือ
ของประเทศบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดงมีฝนตกเฉลี่ยประมาณ 1,650 มม.หรือ 65 นิ้วต่อปี สำหรับฤดูมรสุม
ตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งอยู่ประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน ฝนจะเริ่มลดลงลักษณะของฝนจะเปลี่ยนเป็น
ฝนละอองเนื่องจากได้รับอิทธิพลของลักษณะอากาศแบบ “คราชิน” ซึ่งทำให้ทัศนวิสัยและเพดานเมฆต่ำ
นอกจากนี้ยังมีสภาพอากาศพิเศษที่มีอิทธิพลต่อประเทศเวียดนาม คือ
1) ลมจากลาว (Winds of Laos) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ในลักษณะ
ั
ของลมตกเขา (FOENHWINDS) โดยมีแหล่งกำเนิดมาจากที่ราบสูงในประเทศลาว และเทือกเขาอนนัมและพดลง
ั
มาตามเชิงเขาทางด้านตะวันออกสู่อาวตังเกี๋ย คุณสมบัติของลมชนิดนี้ร้อนและแห้ง บางครั้งทำให้เกิดการระเหย
่
ของน้ำอย่างรวดเร็วในบริเวณที่พัดผ่าน
ั
ลมบกลมทะเลพดตามบริเวณปากแม่น้ำและชายฝั่ง ลมบกลมทะเลมีผลกระทบกระเทือนต่อบริเวณ
ิ
ชายฝั่งลึกเข้าไปในแผ่นดินอีกประมาณ 10 ไมล์ และในบางครั้งมีอทธิพลจากผิวพื้นขึ้นไปถึง 3,000 ฟต มีกำลังแรง
ุ
ในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และอ่อนที่สุดในฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ
2) คราชิน (CRACHIN) เป็นสภาพอากาศแบบหนึ่งที่มีหมอก ฝนละอองหรือฝนเบา (Drizzle or Light
Rain) เกิดขึ้นแผ่ปกคลุมเป็นบริเวณกว้างติดต่อกันเป็นเวลาหลายๆ วันมีผลกระทบกระเทือนต่อบริเวณสามเหลี่ยมปาก
แม่น้ำและที่ราบริมชายฝั่งทะเล แผ่ลึกเข้าไปในพนที่ที่เป็นภูเขาสูงเป็นครั้งคราว สภาพอากาศโดยทั่วไปมีเมฆ Stratus
ื้
ในระดับต่ำอยู่ระหว่าง 500-1,000 ฟต ทำให้มีฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานาน คราชิน เริ่มเกิดในตอนต้นเดือน
ุ
พฤศจิกายน จนถึงปลายเดือนพฤษภาคม และมีเมฆมากที่สุดในเดือนมีนาคม เช่นระหว่างกลางเดือนมีนาคม ถึงปลาย
เดือนเมษายน มีเกิดขึ้น 22 วัน
คราชิน แบ่งออกได้เป็น 3 แบบ
1) Cold Crachin
2) Warm Crachin
3) เกิดในแผ่นดิน

