Page 20 - การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา
P. 20
20
ุ
การแปลความภาพดาวเทียมอตุนิยมวิทยา
(Satellite Imagery Interpretation)
ี
้
ุ
ั
ั
ในการจำแนกเมฆแตละชนิดในภาพถ่ายดาวเทยมอุตนิยมวิทยา พิจารณาไดจากการสงเกตลกษณะเฉพาะ
่
(Feature) ที่ปรากฏในภาพถ่ายดาวเทียมอันประกอบด้วย
่
่
่
่
ุ
ี่
ี่
1. คาความสองสว่าง (Brightness) คาความเข้มในการสองสว่างเป็นสงทดทสดทใชในการพิจารณา
้
ี
ิ่
ี่
่
ั
้
้
่
ู
ั่
่
คณลกษณะของเมฆ และยังใชประเมินคาความหนาและความสงของเมฆได โดยทวไปคาความสองสว่างมากๆ
ุ
ที่ปรากฏในภาพ VIS เกี่ยวข้องกับความหนาของเมฆ ซึ่งมีการสะท้อนแสงดวงอาทตย์ไดมากกว่า และแสดงให้เห็นเป็น
้
ิ
สีขาวเจิดจ้าลงไปจนถึงสีเทาอ่อนๆ ส่วนเมฆที่บางกว่าจะมีโทนสีเทาเข้มจนถึงค่อนข้างดำ
ในภาพ IR บริเวณทมีคาความสองสว่างมากๆ หมายถึง บริเวณทมีอุณหภูมิตำมาก เชนบริเวณสวนยอด
่
่
ี่
่
่
ี่
่
่
ี่
ี
ของเมฆ หรือเมฆที่ก่อตัวในระดับสงมักจะมีอุณหภูมิตำ สีทปรากฏในภาพดาวเทียมจึงเป็นสขาวหรือสเทาอ่อนๆ ส่วน
ู
ี
เมฆที่อยู่ต่ำกว่าและมีอุณหภูมิอุ่นกว่าจะปรากฏในโทนสีที่คล้ำกว่าหรือบางครั้งอาจกลมกลืนไปกับพื้นดินหรือพื้นน้ำได ้
2. ความหยาบ/ละเอียดของพื้นผวเมฆ (Cloud Texture) ความหยาบ/ละเอียดของพื้นผวเมฆเป็นสง
ิ
ิ
ิ่
่
สำคัญอีกประการหนึ่งที่ใชในการพิจารณาแปลความ ซึ่งแสดงเฉพาะในภาพ VIS เทานั้น โดยพิจารณาเงาที่ปรากฏ
้
ี่
ขึ้นของเมฆ เมฆทมีลกษณะตะปุ่มตะป่ำและก่อตัวในทางตั้งมักทำให้เกิดเงาได้ดและมีเงาเปนจำนวนมาก แสดงว่า
ั
็
ี
เมฆก้อนนั้นมีพื้นผิวที่หยาบ ขณะที่เมฆที่มีพื้นผิวในส่วนยอดของเมฆราบเรียบ (Smooth) มักจะปรากฏเป็นเงาขึ้น
ี่
ั้
ในบริเวณส่วนยอดของเมฆนั้น แตจะมีการทอดเงาเฉพาะบริเวณขอบไปยังชนเมฆทอยู่ตำกว่าหรือบนพื้นดิน ลม
่
่
ชั้นบนอาจทำให้เมฆที่เกิดขึ้นในระดับสูงฉีกขาดออก ซึ่งอาจปรากฏให้เห็นเป็นเส้นใยในภาพดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา
ี่
ั
3. รูปร่างลกษณะของโครงสร้าง (Organizational pattern) รูปร่างทปรากฏในภาพดาวเทยมอาจมี
ี
ลักษณะโครงสร้างเปนแบบแถบ (Band), แนวหรือเส้น (Linear), การหมุนวนหรือแนวโค้ง (Circular) และรูปแบบ
็
เซลล์ (Cellular)
่
ั
ี
4. ความคมชดของขอบ (Edge definition) ขอบของเมฆทปรากฏในภาพถ่ายดาวเทยมเชนลกษณะท ี่
ี่
ั
็
้
ขาดวิ่น หรือเปนขอบที่คมชัดรวมทั้งขนาดและรูปทรงของเมฆสามารถใช้ในการพิจารณาชนิดของเมฆได โดยทั่วไป
วิธีที่ดีทสุดในการพิจารณาจำแนกเมฆแต่ละชนิดต้องนำภาพ VIS และภาพ IR ในชวงเวลาเดียวกันกันหรือใกล้เคียง
่
ี่
กันและเปนบริเวณเดียวกันมาพิจารณาร่วมกันเสมอ ในภาพ VIS ใช้ในการพิจารณาเกี่ยวกับรูปทรงของเมฆ, ความ
็
หยาบ/ละเอียดพื้นผิวของเมฆ, รูปร่างลักษณะโครงสร้างของเมฆและความหนาของเมฆได้เป็นอย่างดี ข้อมูลเหล่านี้
็
ี
้
จำเปนตองนำไปเปรียบเทยบกับภาพ IR เพื่อพิจารณาความสูงตำของเมฆ ซึ่งเมื่อนำมาพิจารณาร่วมกันจะชวยทำ
่
่
้
ั้
้
ให้ไดข้อสรุปในการแปลความเมฆในภาพถ่ายดาวเทยมไดถูกตอง รวมทงสภาพอากาศทคาดว่าจะเกิดขึ้นจากเมฆ
ี
้
ี่
ชนิดนั้นด้วย
1. การแปลความเมฆแผ่น (Stratiform Clouds)
ั
เมฆแผ่นเกิดในสภาวะที่อากาศทรงตวดี (Stable Air) ลกษณะแบนราบและแผ่ออก อาจปรากฏเป็นชนๆ
ั้
ั
ั
่
่
ได้ บริเวณสวนบนของเมฆมีพื้นผวที่ราบเรียบ รูปร่างลกษณะทางโครงสร้างไม่เด่นชัด อาณาบริเวณของเมฆแผนท ี่
ิ
แผ่ปกคลมภูมิประเทศต่างๆ จะช่วยในการจำแนกชนิดของเมฆได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะเมฆที่เกิดในระดับต่ำๆ และ
ุ

