Page 60 - อุตุนิยมวิทยาเพื่อการบิน1
P. 60
59
้
จากรูปสามารถอธิบายได้ว่า ที่พื้นผิว AB มีความกดอากาศเท่ากัน แต่ในระดับสูงขึนไปอากาศที่อยู่
่
้
่
็
เหนือจุด A จะเย็นกว่าอากาศทีอยู่เหนือจุด B และเหนือบริเวณอากาศเย็นขึนไปจะเปนความกดอากาศต า
่
็
่
เหนือบริเวณอากาศอุ่นสูงขึ้นไปจะเปนความกดอากาศสูง เนืองจากอากาศเย็นมีความหนาแนนมากกว่า
็
่
อากาศอุ่น และอัตราการลดลงของความกดอากาศจะเปนสัดส่วนโดยตรงกับความหนาแนนของอากาศดังนั้น
ณ ระดับสูงเดียวกันในบรรยากาศความแตกต่างของความกดอากาศมีมาก ฉะนั้นความชันความกดอากาศจึง
็
ู
เปนสาเหตุให้เกิดความชันของอุณหภมิ (Temperature gradient)
่
่
้
ทีพืนผิว AB ไม่มีลมเกิดขึน แต่ทีระดับสูงขึนไปเกิดความแตกต่างของความร้อน ดังนั้นลมเกิดขึนและ
้
้
้
แรงขึนตามความสูง แต่ในความเปนจริงแล้วทีระดับพืนผิวจะมีความแตกต่างของความกดอากาศ โดยเฉพาะ
็
่
้
้
้
บริเวณใกล้กับแนวปะทะอากาศ ซึ่งจะท าให้ลมฝายตะวันตกมีก าลังแรงขึนอีกในระดับสูง เมื่อพิจารณาจากเส้น
่
ศูนย์สูตรไปยังขั้วโลก (ในซีกโลกเหนือ) จึงพอสรุปความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วลมกับอุณหภมิได้ดังนี ้
ู
้
้
ถ้าอุณหภมิลดลงไปตามละติจูดทีสูงขึนแล้ว ลมฝายตะวันตกจะมีก าลังแรงเพิ่มขึนตามส่วนสูง และลม
่
่
ู
ฝายตะวันออกจะมีก าลังลดลง
่
ู
็
ความเร็วลมเปนสัดส่วนโดยตรงกับความชันของอุณหภมิ (Temperature gradient) และจากความจริง
ดังได้กล่าวมาแล้วจึงมีกฏเกณฑ์อยู่ 4 อย่างคือ :-
้
1. ความเร็วลมจะเพิ่มขึนตามส่วนสูง ถ้าหากอากาศเย็นอยู่ทางซ้ายของลมในซีกโลกเหนือ และอยู่
ทางขวาในซีกโลกใต้ ในกรณีนีลมความร้อนจะมีทิศทางไปทางเดียวกับลมระดับต า (ดังรูป)
่
้
2. ความเร็วลมจะลดลงตามส่วนสูง ถ้าหากอากาศเย็นอยู่ทางขวาของลมในซีกโลกเหนือ และอยู่
้
ทางซ้ายในซีกโลกใต้ ในกรณีนีลมความร้อนจะมีทิศทางตรงข้ามกับลมระดับต า (ดังรูป)
่
3. ถ้าลมพัดสู่บริเวณที่มีอุณหภมิเย็นกว่า (Warm air advection) ลมจะพัดในทิศทางตามเข็มนาฬิกา
ู
ตามส่วนสูง (Veering) ในซีกโลกเหนือ และทวนเข็มนาฬิกาตามส่วนสูง (Backing) ในซีกโลกใต้ (ดังรูป)

