Page 77 - อุตุนิยมวิทยาเพื่อการบิน1
P. 77
76
่
้
5. การเกิดเมฆ เมฆเกิดจากสาเหตุใหญๆ 3 สาเหตุดังนี :-
่
5.1 การเกิดเมฆอันเนืองมาจากการเย็นลงแบบอะเดียเบติด (Adiabatic cooling) การเย็นลงของ
่
่
อากาศแบบอะเดียเบติดนั้น เปนวิธีการทีส าคัญทีสุดทีจะท าให้เกิดการกลั่นตัวในอากาศ เนืองจากอากาศทียัง
่
็
่
่
º
้
ุ
ไม่อิ่มตัวนั้น จะเย็นตัวลงตามความสูงทีเพิ่มขึนในอัตรา 3 C ต่อ 1,000 ฟต
่
้
ดังนั้นการเจริญเติบโตของเมฆจึงใช้เวลาไม่นานนักเมฆทีเกิดด้วยสาเหตุนีแยกออกไปได้อีกคือ
่
5.1.1 เมฆก่อตัวในทางตั้ง (Convective clouds) กระแสอากาศทีไหลขึ้น บางทีเปนผลอัน
็
่
้
ู
ู
่
้
่
เนืองจากอากาศไม่ทรงตัว ถ้าหากอากาศที่ลอยตัวขึนได้รับความเย็นจนอุณหภมิต ากว่าอุณหภมิจุดนาค้าง
(Dew point temperture) เมฆก็จะเกิดขึน ขณะทีอากาศถูกท าให้อุ่นทีผิวพืนอากาศนั้นก็จะยกตัวสูงขึนเมื่อถึง
่
้
้
้
่
ระดับกลั่นตัว (CCL.= Convective Condensation Level) เมฆก็จะเกิดตัวอย่างเช่น เมฆก้อน CU ฐานของ
้
เมฆจะเห็นได้ชัดทีระดับ CCL. ถ้าหากอัตราการลดอุณหภมิเหนือระดับ CCL. นอยกว่าอัตราการลดอุณหภมิ
่
ู
ู
้
ของอากาศที่อิ่มตัว (Saturation adiabatic lapse rate) จะท าให้อากาศที่ลอยขึนเย็นกว่าอากาศโดยรอบการ
้
้
่
ลอยตัวขึนของอากาศจึงขึนอยู่กับแรงทียกตัวท าให้ลอยขึนไป ด้วยเหตุนีเมฆจึงแผ่กระจายไปอย่างรวดเร็ว แต่
้
้
ู
ถ้าหากอัตราการลดอุณหภมิเหนือระดับ CCL. มากกว่าอัตราการลดอุณหภมิอิ่มตัวเมฆจะยกตัวสูงขึน
ู
้
ถึงแม้ว่าจะหมดแรงยกแล้วก็ตามเมฆก้อนก็จะเกิดขึ้น เช่น CU, CB จนกระทั่งถึงระดับทีอากาศทรงตัวดี
่
้
º
่
่
ู
่
็
็
(Stable) ถ้าอุณหภมิทียอดเมฆนั้นต ากว่า 0 C มาก ยอดของเมฆจะกลายเปนผลึกนาแข็งทีเรามักจะเห็นเปน
รูปทั่งในเมฆ CB นั่นเอง
้
่
่
บนพืนดิน เมฆ CU ที่ก่อตัวขึนเนืองจากการเปลียนแปลงความร้อนประจ าวันโดยปกติจะเริ่มเกิดใน
้
้
ตอนเช้าและก่อตัวไปเรื่อยๆ จนถึงสุดยอดในตอนบ่ายและเริ่มสลายตัวเมื่อพืนดินเย็นลงในตอนเย็น
่
บนพืนทะเล เมฆที่เกิดจากการก่อตัวในทางตั้งเกิดขึ้นเมือพืนทะเลอุ่นกว่าอากาศเบืองบนเมฆจะ
้
้
้
ู
้
้
เกิดขึ้นได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งนีเนืองมาจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภมิเพียงเล็กนอยของพืนทะเล
้
่
้
่
เมฆ CU ทีเกิดขึนบ่อยทีสุดบนพืนทะเลนีมักจะเกิดในฤดูหนาว เมื่ออากาศจากพื้นดินไหลทับพืนนาทีอุ่นกว่า
้
้
่
้
้
่
่
้
้
เมฆที่เกิดขึนลักษณะนีในบางทีเกิดจากการเคลือนที่ในทางระดับ (Advection) ของอากาศเย็นทับอากาศอุ่น
่
เสียก่อนแล้วจึงเกิดการยกตัวในทางตั้งทีหลัง บางทีก็เกิดจากการไหลสอบเข้าหากัน (Convergence) ของ
้
่
อากาศ นอกจากนั้นยังเกิดขึนบริเวณความกดอากาศต าก็ได้
5.1.2 เมฆทีเกิดจากแนวปะทะอากาศ (Frontal clouds) อากาศทีลอยตัวขึนตามลาดของ
่
่
้
ู
แนวปะทะ (Slope) อากาศจะเย็นลงแบบอะเดียเบติด (Adiabatic) จนท าให้อุณหภมิของอากาศเท่ากับ
ู
อุณหภมิจุดนาค้าง เมฆก็จะเกิดขึน ถ้าหากอากาศก้อนนั้นมีการทรงตัวดี เมฆที่เกิดจะเปนเมฆแผ่น เช่น CI,
้
็
้
่
่
็
่
CS, AS, SC, ST และ NS แต่ถ้าอากาศทีทรงตัวดี แล้วเปลี่ยนมาเปนอากาศทีทรงตัวไม่ดีขณะทียกตัวขึ้น
็
็
ตอนแรกจะเปนพวกเมฆแผ่น ส่วนตอนบนจะเปนพวกเมฆก้อน เช่น CU หรือ CB
ู
่
5.1.3 เมฆทีเกิดจากลาดภเขา (Orographic clouds) ถ้าหากอากาศถูกท าให้ยกตัวขึ้นตาม
้
้
ู
ู
่
ลาดภเขาและภเขานั้นสูงพอ อากาศก้อนนั้นจะเย็นลงจนท าให้เกิดเมฆขึน จ านวนเมฆทีเกิดขึนนั้นจะขึนอยู่กับ
้
ู
้
ความชืนของอากาศ และถ้าหากว่าอากาศใกล้อิ่มตัวอยู่แล้ว ภเขาเตียๆ ก็ท าให้เกิดเมฆได้
้
่
เมฆทีเกิดจากวิธีนี ส่วนมากจะเปนเมฆ Stratus (ST) ไม่หนามากนัก การทีอากาศจมตัวลงทาง
้
็
่
ด้านหลังเขานั้น (Leeward side) ท าให้อากาศอุ่นขึนและเมฆสลายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าอากาศนั้นทรงตัว
้
หรือถูกเปลี่ยนเปนไม่ทรงตัวในขณะทียกตัวขึน เมฆ CU และ CB ก็จะเกิดขึนทางด้านรับลมของภเขา แม้ว่า
ู
็
่
้
้
บางส่วนจะถูกลมพัดพาไปแต่ส่วนใหญก็จะอยู่กับที
่
่

