Page 76 - อุตุนิยมวิทยาเพื่อการบิน1
P. 76
75
ALTITUDE OF BASE CLOUD TYPE ABBREVIATION
Base of High Clouds Cirrus CI
Usually Above 16,000 Cirrocumulus CC
Feet (AGL) Cirrostratus CS
20,000 Feet
Base of Middle Clouds Altocumulus AC
Range from 6,500 Feet Altostratus AS
to 20,000 Feet (AGL) Nimbostratus NS
6,500 Feet
Base of Low Clouds *Cumulus CU
Range from Surface *Cumulonimbus CB
to 6,500 Feet (AGL) Stratocumulus SC
Stratus ST
SURFACE
4. รูปทรง และโครงร่างของเมฆ (Cloud form and structure)
้
เมือเมฆเริ่มก่อตัวขึน การทรงตัวของอากาศจะท าให้เมฆต่างๆเหล่านั้นเปลี่ยนรูปทรง และโครงร่าง
่
่
้
ต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น ก้อนอากาศทีมีการทรงตัวดีถูกยกขึนไปตามลาดของภเขาอากาศก้อนนั้น ยังทรง
ู
่
ั
้
่
้
ตัวดี ฐานเมฆยังราบเรียบ มีกระแสอากาศป่นปวนเล็กนอย หรือแทบไม่มีเลยแต่ถ้าอากาศทีถูกยกตัวขึนนั้นมี
การทรงตัวไม่ดี ลาดภเขามีส่วนช่วยท าให้การยกตัวของก้อนอากาศมีมากขึน รูปทรงและโครงร่างของเมฆ
ู
้
่
ั
้
้
ก้อนจะมีขนาดโตขึน และลักษณะของกระแสอากาศป่นปวนจะเกิดขึนรุนแรงตามไปด้วย
ในบางครั้ง ความร้อนจากบริเวณตอนล่างของเมฆ จะท าให้ชั้นของเมฆแผ่นก่อตัวขึนเปนเมฆก้อน
็
้
้
ขึนมาได้
้
่
นอกจากนั้นแรงยกขึน (Forced ascension) ในระดับหนึงจะก่อให้เกิดสภาวะทีคล้ายๆ กันได้กล่าวคือ
่
ถ้าอากาศนั้นค่อนข้างไม่ทรงตัวเล็กนอย (Slightly unstable) รูปของเมฆก็จะเปลียนไปบางครั้งจะสังเกตเห็น
่
้
้
่
เมือเครืองบินท าการบินเหนือระดับเมฆที่มีลักษณะคล้ายๆ เมฆก้อนที่เริ่มก่อตัวขึน และในบางครั้งลักษณะ
่
็
้
การก่อตัวนีจะมีรูปร่างเปนก้อนเดียวๆ (Puff) และจะเกิดเปนกลุ่ม แถวหรือแนว (Line) แนวของเมฆทีก่อตัวนี ้
่
็
่
่
บางทีอาจชีให้เห็นถึงแนวปะทะอากาศ (บริเวณทีอยู่ระหว่างมวลอากาศทีต่างกัน)
่
้
็
ู
เมฆในลักษณะเช่นเดียวกันนีมักจะเกิดในบริเวณชายฝ่ง ซึ่งเปนผลมาจากความแตกต่างของอุณหภมิ
้
ั
้
้
ของพืนดิน และพืนนา หรือในบริเวณทีมีแนวเขาทอดตัวได้อย่างเหมาะสมกับการไหลของกระแสอากาศจนท า
้
่
่
็
ให้เกิดแนวของเมฆทีก่อตัวในทางตั้ง หรืออาจกล่าวได้ว่า เปนระดับของเมฆในทางระดับก็ได้

