Page 50 - wx_instruments I
P. 50
50
๔. รูของลำหลอดแก้วต้องไม่เล็กกว่า ๘ มิลลิเมตร ถ้าจะให้ดีควรเป็นขนาด ๙ มิลลิเมตร หรือ
มากกว่า
ุ
๕. ช่องว่างเหนือปรอทในลำหลอดแก้วต้องเป็นสญญากาศจริง ๆ
๖. ผิวหน้าของปรอทในลำหลอดแก้ว (ตอนบน) ต้องเป็นรูปโค้ง (Meniscus) ไม่ราบแบน
๗. ในการสอบเทียบปรับแต่งกับเครื่องมาตรฐาน อัตราผิดประจำเครื่องต้องเป็นดังนี้.
๗.๑ อัตราผิดสูงสุดที่ยอมให้มีได้ ณ ประมาณ ๑๐๐๐ มบ......± ๐.๓ มบ.
๗.๒ อัตราผิดสูงสุดที่ยอมให้มีได้ ณ ความกดอื่น ๆ
๗.๒.๑ ความกดไม่ต่ำกว่า ๘๐๐ มบ............................± ๐.๕ มบ.
๗.๒.๒ ความกดต่ำกว่า ๘๐๐ มบ...............................± ๐.๘ มบ.
ผลต่างระหว่างอัตราผิดในช่วง ๑๐๐ มบ. หรือน้อยกว่า .± ๐.๓ มบ.
ิ
๘. สำหรับบาโรมิเตอร์ที่ใช้ในเรือต้องมีอัตราผดไม่เกิน..................± ๐.๕ มบ.
พฤติภาพมาตรฐาน (Standard conditions)
โดยที่ความยาวของปรอทในลำหลอดแก้วขึ้นอยู่กับตัวการหลายอย่าง โดยเฉพาะอุณหภูมิและ
ิ
ความถ่วงเข้าหาศูนย์กลางโลก และขึ้นอยู่กับความกดของบรรยากาศด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดพฤตภาพ
มาตรฐานของบาโรมิเตอร์ปรอทไว้เป็นระบบเดียวกัน
อุณหภูมิและความแน่นมาตรฐานของปรอท (Standard temperature and density of mercury) ค่าของ
•
•
อุณหภูมิมาตรฐานของปรอทในลำหลอดแก้ว กำหนดให้เป็น ๐ c หรือ ๓๒F ดังนั้น เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไป
ความยาวของปรอทในลำหลอดแก้วย่อมเปลี่ยนไปด้วย คือ ค่าของความกดอากาศนั่นเอง เพื่อจะได้ค่าของความ
•
กดอากาศมาตรฐานที่แท้จริง จึงต้องหักแก้เข้าหาอุณหภูมิมาตรฐาน คือ ๐ c หรือ ๓๒ F สำหรับความแน่น
•
•
3
มาตรฐานของปรอท ที่ ๐ cกำหนดให้เท่ากับ ๑๓.๕๙๕๑ กรัม/ซม.
ความถ่วงมาตรฐาน (Standard gravity)
การอ่านค่าความกดอากาศจากบาโรมิเตอร์ปรอท จะต้องหักแก้ค่าของอัตราเร่งเนื่องจากความถ่วงของ
ตำบลที่เข้าหาค่ามาตรฐาน standard (normal) gravity ซึ่งค่าของความถ่วงมาตรฐานนี้เป็น g = ๙๘๐.๖๖๕
n
cm/sec
2

