Page 46 - wx_instruments I
P. 46

46





                  ส่วนมากบารอมิเตอร์อิเลคทรอนิกส์ที่ถูกออกแบบในปัจจุบันใช้เครื่องแปลงความถี่หรือกระแส

              (Transducer) ซึ่งแปลงค่าตอบสนองของตัววัด (sensor) ต่อความกดอากาศมาเป็นค่าเชิงปริมาณที่เกี่ยวข้องกับ
                                  ่
              ค่าความกดอากาศแล้วผานระบบวงจรไฟฟ้ารวมหรือระบบรวบรวมข้อมูลและขั้นตอนการปรับข้อมูลทเหมาะสม
                                                                                                 ี่
              เพื่อให้ได้ค่าความกดอากาศในการใช้บารอมิเตอร์ในการตรวจอากาศนั้น ค่าคงที่ทางเวลา (time constant) มี

              ค่า ๑๐ วินาที (ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่า ๒๐ วินาที) ทั้งนี้ค่าคงที่ทางเวลานั้นโดยทั่วไปแล้วไม่มีความสำคัญอะไรกับ
              บารอมิเตอร์แบบปรอท

                   ประเภทของเครื่องวัดความกดอากาศ
                  แบ่งออกได้เป็น ๓ ประเภท ดังนี้

                       ๑.   บาโรมิเตอร์แบบแอนเนอรอยด์ หรือบาโรมิเตอร์ที่อาศัยหลักการยืดหยุ่น (ANEROID OR ELASTIC

              BAROMETERS)
                       ๒.   บาโรมิเตอร์แบบปรอท (MERCURY BAROMETER)

                       ๓.  บาโรมิเตอร์แบบฮิบโซมิเตอร์ (HYPSOMETER)
                                                                         ้
                       ในทางอุตุนิยมวิทยาจะใช้แบบที่ ๒ เป็นมาตรฐาน เพราะจะไดผลที่แน่นอนกว่าวิธีอื่น ๆ และแบบที่ ๑
              จะรองลงมา ส่วนแบบที่ ๓ นั้น จะใช้หลักความสัมพันธ์ระหว่างจุดเดือดของวัตถุเหลวกับความกดของบรรยากาศ

              นับว่าเป็นความยุ่งยากจึงไม่นิยมใช้
                                                    ์
                       ๑.   บาโรมิเตอร์แบบแอนเนอรอยด (Aneroid barometers)





















                                                   ์
                             บาโรมิเตอร์แบบแอนเนอรอยด เป็นบาโรมิเตอร์ที่ไม่ใช่วัตถุไหล (ปรอท) จึงเคลื่อนย้าย    ไปมาได ้
              สะดวก เหมาะสำหรับใช้ในเรือหรือนำติดตัวไปใช้ในที่ตาง ๆ แต่ความถูกต้องแม่นยำนั้น แบบแอนเนอลอยด์ย่อม
                                                           ่
              ใช้ได้หยาบกว่าบาโรมิเตอร์แบบปรอท

                                                                                                        ั
                             หลักการสร้าง ใช้แผ่นโลหะบาง ๆ (metal diaphragms) หนาประมาณ ๐.๐๐๕ นิ้ว  ทำเปนตลบ
                                                                                                    ็
                                                                                    ั
                                                            ๑
                                                                                                    ๑
              ลูกฟูกสองกันประกบกัน มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑ /  นิ้ว และความหนาของตลบลูกฟูกประมาณ  /  นิ้ว
                                                                                                     ๔
                                                              ๒
                                  ่
              (เปลี่ยนแปลงได้ตามแตบริษัทผสร้าง) ด้านบนและด้านลางทำเป็นลูกฟูก บัดกรีขอบให้สนิทแล้วสูบอากาศออก
                                                             ่
                                        ู้
              ให้ภายในเป็นสุญญากาศ อากาศรั่วไม่ได้ มีแหนบแข็ง (CONTROL SPRING)  ยึดด้านบนและด้านล่างของตลับ
              ไว้ เพื่อดึงให้ตลับโป่งออกอยู่เสมอ
   41   42   43   44   45   46   47   48   49   50   51