Page 17 - Climate
P. 17

16

               มากตามภูเขา และที่ราบทั่วไป โดยเฉพาะทางด้านตะวันตกของทิวเขาทุกแห่งจะมีฝนตกมาก ส่วนทางใต้ของหมู่เกาะ
                                                             ั
                ิ
               อนโดนีเซีย ซึ่งอยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์สูตรนั้น ลมมรสุมจะพดมาจากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และนำฝนในมหาสมุทร
                             ิ
               อินเดียและแปซิฟกมาตกเช่นเดียวกัน อุณหภูมิในฤดูนี้ค่อนข้างสูง
                      ในเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน เป็นฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ อณหภูมิทั่วไปจะลดลงอากาศเย็น
                                                                                  ุ
                   ั
               จะพดมาจากไซบีเรียในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่ฝั่งตะวันออกของเวียดนาม ไทย ฟลิปปินส์ มาเลเซีย และ
                                                                                          ิ
               อนโดนีเซีย ฝั่งทะเลทางด้านตะวันออกหรือตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงได้รับ
                ิ
               ฝนในฤดูนี้อกครั้งหนึ่งยกเว้นพม่าภาคเหนือของไทยและลาวเท่านั้นที่ขาดฝนในฤดูนี้ระยะนี้จึงเป็นฤดูหนาวและแห้งแล้ง
                         ี
                                                                                                     ิ
                            ั
               เนื่องจากลมที่พดมาไม่ผ่านทะเลจึงแห้งแล้งส่วนทางภาคใต้ ของไทย ด้านตะวันออกของเวียดนาม หมู่เกาะอนโดนีเซีย
                                                   ื
               และฟลิปปินส์ มีโอกาสทำนา หรือปลูกพชไร่บางอย่างได้ถึงปีละ 2 ครั้งโดยอาศัยปริมาณน้ำฝนจากลมมรสุม
                    ิ
               ตะวันออกเฉียงเหนือ
                                                      ิ
                      การที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ในอทธิพลของลมมรสุมทั้งสองฤดู ทำให้มีแนวปะทะอากาศเป็นประจำ
               เรียกว่า "ร่องมรสุม" (Monsoon Trough) หรือเรียกอกชื่อหนึ่งว่าแนวปะทะลมร้อน (Intertropical Convergence
                                                           ี
               Zone) เกิดขึ้น เพราะเป็นแนวปะทะระหว่างมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือตอนเหนือของร่อง
               มรสุมเป็นลมฝ่ายตะวันออกเฉียงเหนือ และตอนใต้ของแนวเป็นลมฝ่ายตะวันตกเฉียงใต้ แนวนี้มีความกว้างเปลี่ยนแปลง

               ตามความแรงของมรสุมทั้งสองด้านของแนว ถ้ามรสุมทั้งสองด้านมีกำลังแรงขึ้นพร้อมๆ กันก็จะบีบให้แนวนี้แคบและ
               มีความรุนแรงในการปะทะกันของอากาศสองกระแส ทำให้เกิดเมฆและฝนได้มาก ถ้ามรสุมทั้งสองด้านของแนวมีกำลัง
               ออนด้วยกัน การปะทะของกระแสลมก็ไม่รุนแรง แนวปะทะนี้มีบริเวณกว้างและไม่มีลักษณะอากาศรุนแรง ร่องมรสุมนี้
                ่
               เลื่อนขึ้นลงตามดวงอาทิตย์ คือ ในตอนต้นฤดูร้อนเลื่อนขึ้นไปทางซีกโลกฝ่ายเหนือ จนก่อนจะสิ้นฤดูค่อยเลื่อนถอยกลับ

                                                                                     ั
               ลงสู่ซีกโลกใต้ ในขณะที่แนวเริ่มถอยร่นลงไปในระยะปลายเดือนกันยายนต่อเนื่องกบเดือนตุลาคมจะมีลมมรสุม
               ตะวันออกเฉียงเหนือเคลื่อนสู่บริเวณทางเหนือหรือตะวันออกเฉียงเหนือมาปะทะกับลมตะวันตกเฉียงใต้
                      การที่มีฝนตกแผ่กระจายไปตลอดแนวนี้แสดงถึงการปะทะของแนวอากาศที่มีคุณลักษณะแตกต่างกันคือมวล
                                        ื้
               อากาศที่เย็นและแห้งแล้งทางพนทวีปด้านเหนือ (มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ) และมวลอากาศร้อนชุ่มชื้นกว่าเคลื่อนที่
               มาจากมหาสมุทรด้านใต้ (มรสุมตะวันตกเฉียงใต้) การเคลื่อนตัวของแนวมรสุมนี้เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนฤดูกาล
               คือเปลี่ยนจากฤดูมรสุมฝ่ายหนึ่งเป็นมรสุมอีกฝ่ายหนึ่ง ขณะที่แนวปะทะนี้ ทอดผ่านที่ใด ที่นั้นก็เริ่มเปลี่ยนฤดูจากมรุสม
                                 ี
               ฝ่ายหนึ่งเป็นฤดูมรสุมอกฝ่ายหนึ่งและมีฝนตกแผ่กระจายไปทั้งแนว
                      บริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ในคาบสมุทรอนโดจีน และหมู่เกาะซึ่งยื่นล้ำลงไปในทะเลจีนใต้อนติดต่อ
                                                               ิ
                                                                                                      ั
               กับมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งเป็นที่เกิดของพายุหมุนต่างๆ พายุนี้เกิดในบริเวณน่านน้ำทางตะวันออกแล้วจึงเคลื่อนตัวไปทาง
               ตะวันตกหรือตะวันตกเฉียงเหนือไปยังฝั่งประเทศจีน และญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะเกิดในระยะปลายฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
               โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคม กันยายน และต่อมาจนถึงเดือนตุลาคม


               8.  ประเภทภูมิอากาศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
                      ความแตกต่างของภูมิอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่จะพจารณาได้จากลักษณะความแตกต่าง
                                                                               ิ
               ของฝน ส่วนอณหภูมิเกือบไม่มีความแตกต่างกัน โดยทั่วไปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อณหภูมิเฉลี่ยทุกฤดูกาลตลอดทั้งปี
                                                                                  ุ
                          ุ
               จะอยู่ระหว่าง 30-33 องศาเซลเซียส ในบริเวณทอยู่ห่างฝั่งทะเลเข้าไปในแผ่นดินจะมีอณหภูมิค่อนข้างสูงในระหว่าง
                                                                                     ุ
                                                      ี่
               เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ซึ่งจะเป็นระยะที่ค่อนข้างแห้งแล้งด้วย อณหภูมิจะลดลงบ้างในฤดูหนาวเฉพาะในบริเวณ
                                                                      ุ
               ห่างไกลทะเลและบนที่สูง สำหรับปริมาณน้ำฝนที่ตกจะแตกต่างกันไปตามฤดูกาลและสถานที่บริเวณที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์
               สูตร เช่น แหลมมาลายา สิงคโปร์ เกาะต่างๆ ในอนโดนีเซีย ปริมาณน้ำฝนเกือบสม่ำเสมอตลอดปี ส่วนบริเวณที่อยู่ทาง
                                                      ิ
               เหนือ และใต้เส้น  ศูนย์สูตร ปริมาณน้ำฝนโดยปกติจะมีมากในเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน (ฤดูร้อน) และแห้งแล้ง
               ในเดือนกุมภาพนธ์ (ฤดูหนาว)
                           ั
   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22