Page 12 - Climate
P. 12
11
การแบ่งเขตอากาศแบบคอฟเฟนได้กำหนดอณหภูมิและปริมาณน้ำฝนในแต่ละเขตไว้แน่นอนโดยใช้การ
ุ
่
ุ
คำนวณเฉลี่ยอณหภูมิและปริมาณน้ำฝนในรอบปีหรือเป็นรายเดือน แต่ไม่ได้นำทิศทางลม ความกดอากาศ แนวปะทะ
ั
ุ
ของมวลอากาศ และพายุเข้ามาเกี่ยวข้องกบการแบ่งเขตอากาศ ในแต่ละเขตได้กำหนดค่าของอณหภูมิและปริมาณ
น้ำฝนไว้ โดยใช้ค่าเฉลี่ยที่ได้จากสถานีตรวจอากาศ
ั
การแบ่งเขตอากาศแบบคอฟเฟ่นใช้ตัวอกษรย่อแทนเขตอากาศกลุ่มสำคัญ และใช้ตัวอกษรอื่นๆ แสดงอุณหภูมิ
ั
และปริมาณน้ำฝน เป็นการแบ่งเขตอากาศที่สะดวกที่นำไปใช้เกี่ยวกับการศึกษาเขตอากาศในภูมิภาคต่างๆ โดยแบ่งเขต
ั
อากาศออกเป็น 5 กลุ่ม และใช้อักษรย่อเป็นภาษาองกฤษ คือ A, B, C, D และ E
ุ
1) เขตอากาศแบบร้อน (A Climate) อณหภูมิเฉลี่ยของเดือนที่เย็นที่สุดสูงกว่า 18 องศาเซลเซียสเป็นเขต
อากาศที่ไม่มฤดูหนาว ปริมาณน้ำฝนตกมาก อัตราการระเหยของน้ำสูง ฝนตกน้อยที่สุดไม่ต่ำกว่า 35 นิ้ว ต่อปี
ี
ั
2) เขตอากาศแบบแห้งแล้ง (B Climate) เป็นเขตอากาศที่มีอตราการระเหยของน้ำมากกว่าปริมาณของน้ำฝน
ที่ตกตลอดปี ดังนั้นจึงทำให้อากาศแห้งแล้ง ต้นของลำน้ำสายต่างๆ จะไม่เกิดขึ้นในลักษณะเขตอากาศแบบนี้
3) เขตอากาศอบอน (C Climate or Mesothermal Climate) อณหภูมิของเดือนที่เย็นที่สุดต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส
ุ่
ุ
แต่สูงกว่า -3 องศาเซลเซียส เขตอากาศแบบนี้จะมีทั้งฤดูหนาว และฤดูร้อน
ี่
4) เขตอากาศเย็น (D Climate or Snow Climate or Microthermal Climate) เดือนที่หนาวทสุดอณหภูมิ
ุ
ของอากาศต่ำกว่า -3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิของเดือนที่ร้อนที่สุดสูงกว่า 10 องศาเซลเซียส
5) เขตอากาศหนาว (E Climate or Ice Climate) อณหภูมิของเดือนที่สูงที่สุดต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส เป็น
ุ
ี
เขตอากาศซึ่งไม่มฤดูร้อน
เขตอากาศแบบ A, C, D และ E จะใช้อณหภูมิของอากาศเป็นเกณฑ แต่สำหรับเขตอากาศแบบ B จะกำหนด
ุ
์
โดยใช้ปริมาณน้ำฝนและอัตราการระเหยของน้ำเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาในการแบ่งเขตภูมิอากาศ
ตัวอักษรรองลงมาที่ใช้ในการแบ่งเขตอากาศแบบคอฟเฟ่น
S = ลักษณะอากาศแบบกึ่งแห้งแล้ง (Steppe Climate) เป็นเขตอากาศที่มีปริมาณน้ำฝนตกระหว่าง
15-30 นิ้ว (38-76 ซม.) ต่อปี ในบริเวณละติจูดต่ำลงมา ปริมาณน้ำฝนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพอณหภูมิของ
ุ
อากาศ
W = ลักษณะอากาศแบบทะเลทราย (Desert Climate) เป็นเขตอากาศทแห้งแล้ง ปริมาณน้ำฝนตก
ี่
ั
ต่ำกว่า 10 นิ้ว (25 ซม.) ต่อปี เขตอากาศชนิดนี้จะอยู่ติดกับเขตอากาศแบบกึ่งแห้งแล้ง หมายเหตุ ตัวอกษร S และ W
จะใช้ประกอบกับเขตอากาศแบบ B เท่านั้น
f = ชุ่มชื้น จะมีฝนตกตลอดปี ไม่มีฤดูแล้งใช้ประกอบกับเขตอากาศแบบ A, C, และ D
s = ในฤดูร้อนอากาศแห้งแล้งเป็นฤดูที่ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์มากที่สุด
w = จะแห้งแล้งในฤดูหนาว เป็นช่วงที่ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์น้อยที่สุด
m = เขตอากาศแบบป่าฝน (Rain Forest Climate) จะมีฤดูแล้งที่สั้น อย่างน้อยหนึ่งเดือนที่มี ฝนตก
ั
ต่ำกว่า 2.4 นิ้ว เป็นลักษณะอากาศแบบมรสุมที่มีฝนตกในช่วงลมมรสุมพดผ่านใช้กับเขตอากาศแบบ A เท่านั้น
T = เดือนที่ร้อนที่สุดอณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส แต่สูงกว่า 0 องศาเซลเซียส
ุ
F = อุณหภูมิของอากาศทุกเดือนต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส
หมายเหตุ ตัวอกษร T และ F จะใช้กับเขตอากาศกลุ่ม E เท่านั้น
ั
จากตัวอักษร 2 กลุ่มที่กล่าวมาแล้ว เมื่อนำมารวมกันจะได้เขตอากาศ ดังต่อไปนี้
Af = เขตอากาศแบบป่าร้อนชื้น (Tropical Rain Forest) เดือนที่ฝนตกน้อยที่สุดมากกว่า 2.4 นิ้ว (6 ซม.)
Am = เขตอากาศแบบมรสุมร้อน (Tropical Monsoon)
Aw = เขตอากาศแบบสะวันน่า (Savanna Climate)
BS = เขตอากาศแบบกึ่งแห้งแล้ง (Steppe Climate)

