Page 20 - Climate
P. 20
19
ั
ภาคตะวนออกเฉียงเหนือ บริเวณแถบนี้เดิมเรียกว่าที่ราบสูงโคราช เป็นลักษณะที่ราบสูงแบบรูปจานคว่ำ
บริเวณที่ราบสูงโคราชนี้ถูกยกตัวดันสูงขึ้นทางด้านตะวันตกและทางด้านใต้ที่ติดกับ ลุ่มน้ำจ้าพระยา คือแนวเทือกเขา
เพชรบูรณ์ และดงพญาเย็น ทางตะวันตกเฉียงเหนือมีภูกระดึงซึ่งเป็นภูเขายอดตัดสูง 800 - 1,300 เมตร ส่วนทางด้าน
ใต้ คือ แนวเทือกเขาสันกำแพง และแนวเทือกเขาดงรักสูงประมาณ 500 เมตร เป็นลักษณะชะง่อนผายื่นล้ำเข้าไปในที่
่
ราบต่ำเขมร ความสูงของที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 200 เมตร มีแองกว้าง 2 แห่ง คือ แองโคราช
่
และแอ่งสกลนคร
ภาคกลาง บริเวณที่ราบต่ำตอนกลาง และตอนล่างของลุ่มแม่น้ำทั้งหมด ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบต่ำ
ระดับพื้นที่ลาดมาตั้งแต่ละติจูด 18 องศาเหนือ จาก 45 เมตรลงมา 25 เมตรที่นครสวรรค์ 18 เมตรที่ชัยนาท 4 เมตร
ที่อยุธยา และไม่ถึง 2 เมตรที่กรุงเทพฯ ทางด้านตะวันตกของภาคมีทิวเขาตะนาวศรี (ต่อจากทิวเขาถนนธงชัย)
อันสลับซับซ้อนไปด้วยป่าดง ยอดเขาสูง 2,000 เมตร ที่ตำบลเจดีย์สามองค์
บริเวณชายฝั่งตะวนออกเฉียงใต้ของอาวไทย มีลักษณะภูมิศาสตร์หลายอย่างต่างจากที่ราบลุ่มภาคกลาง คือ
ั
่
รวมเอาเขตจังหวัดตราด จันทบุรี ระยอง และตอนใต้ของชลบุรีเข้าไว้ทิศเหนือติดกับที่ราบสูงโคราชโดยมีเทือกเขาขนาน
กับแม่น้ำบางปะกง ซึ่งอยู่ทางใต้ของจังหวัดปราจีนบุรี ทางตะวันตกและทางใต้จดอาวไทย มีแนวทิวเขาจันทบุรี และ
่
ทิวเขาบรรทัด (กันพรมแดนไทยเขมร) ทอดตัวจากตะวันออกเฉียงใต้ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ มียอดเขาสำคัญคือ
ยอดเขาเขียวสูง 800 เมตร เขาสอยดาวสูง 1,639 เมตร เขาสระบาปสูง 933 เมตร
ภาคใต้ ภูมิประเทศเป็นแนวที่ต่อเนื่องจากเทือกเขาตะวันตก (ถนนธงชัย) เพราะเกิดยุคเดียวกัน แต่แยก
ิ
่
ี
ออกมาอกภาคหนึ่งเพราะแนวภูเขาต่อลงมาเป็นแกนกลางของคาบสมุทรยาวแคบยื่นล้ำไปในมหาสมุทรอนเดีย และอาว
ไทย ตั้งแต่ละติจูด 12 50' เหนือ ลงมาจนสุดพรมแดนมีความยาวจากเหนือมาใต้ประมาณ 750 กิโลเมตร กว้าง
200-250 กิโลเมตร ทิวเขาที่สำคัญที่ต่อจากทิวเขาตะนาวศรี คือ ทิวเขาภูเก็ต ซึ่งอยู่ชิด มาทางด้านตะวันตก และอก
ี
แนวหนึ่งคือ ทิวเขานครศรีธรรมราช ต่อเลยไปทางใต้จนจดทิวเขาสันกาลาคีรีซึ่งกั้นพรมแดนไทย-มาเลเซีย ทิวเขาส่วน
ใหญ่มีความสูงเฉลี่ย 1,000 เมตร และมีเขาหลวงในจังหวัดนครศรีธรรมราช สูง 1,784 เมตร
4. ลักษณะภูมิอากาศ
ประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิภาคเขตร้อน ดังจะเห็นว่าเดือนที่หนาวที่สุดของประเทศไทยไม่มีเดือนใดที่มีอณหภูมิ
ุ
เฉลี่ยต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส เมื่อนำหลักเกณฑ์การแบ่งเขตภูมิอากาศแบบคอฟเฟนซึ่งถือเอาปริมาณน้ำฝนและ
่
ุ
ิ
อณหภูมิของอากาศเป็นหลักในการพจารณา ดังนั้น ภูมิอากาศของประเทศไทย จึงจัดอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบ A แต่
เนื่องจากการกระจายของปริมาณน้ำฝนที่ปรากฏอยู่ในภาคต่างๆ ของประเทศไทยจะแตกต่างกันออกไป จึงสามารถแบ่ง
เขตภูมิอากาศแยกย่อยออกได้ 3 เขต ซึ่งภูมิอากาศทั้ง 3 เขตนี้จะอยู่ในเขตอากาศแบบ A ทั้งสิ้น คือ
1) เขตภูมิอากาศแบบป่าชื้นเขตร้อน (Tropical Rain Forest = Af)
เขตภูมิอากาศแบบนี้ไม่มีเดือนใดเลยมีปริมาณน้ำฝนที่ตกต่ำกว่า 2.4 นิ้ว ดังนั้นสภาพภูมิอากาศจึง ชุ่มชื้น
และมีฝนตกตลอดปี ซึ่งจะพบอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรภาคใต้ที่ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมทั้ง 2 ฤดู ได้แก่
จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และยะลา
2) เขตภูมิอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน (Tropical Monsoon = Am)
ลักษณะทั่วไปของเขตภูมิอากาศแบบนี้จะมีฤดูแล้งสั้นๆ แทรกอยู่อย่างน้อย 1 เดือนที่มีปริมาณน้ำฝนที่
ตกน้อยกว่า 2.4 นิ้ว เป็นลักษณะภูมิอากาศซึ่งจะพบอยู่แถบบริเวณชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรภาคใต้ และ
ทางชายฝั่งตะวันออกของอาวไทยบริเวณเขตภูเขาที่ตั้งรับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พดมาปะทะได้แก่บริเวณจังหวัด
่
ั
จันทบุรี และตราด เขตนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าในเขตภูมิอากาศแบบ Af แต่จะมีช่วงแล้งแทรกอยู่ส่วนใหญ่
จะปรากฏในช่วงที่อยู่ใต้อทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนั้นยังเป็นเขตที่มีปริมาณน้ำฝนตกมากที่สุด
ิ
ของประเทศอยู่ที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราดมีปริมาณน้ำฝนตกตลอดปีถึง 4,709.9 มิลลิเมตร รองลงมาที่จังหวัด

