Page 4 - Climate
P. 4
3
ิ
1.4 ภูมอากาศแห้งแล้งและกึ่งแห้งแล้งเขตร้อน (Tropical Arid and Semiarid Climate) Bwh, Bsh :
ื
ี
ลักษณะที่สำคัญของภูมิอากาศแห้งแล้ง และกึ่งแห้งแล้งเขตร้อนคือ มีปริมาณน้ำฝนน้อยไม่เพยงพอที่จะทำให้พชพรรณ
ุ
ธรรมชาติขึ้นหนาทึบ อณหภูมิโดยเฉลี่ยสูงกว่าในเขตละติจูดกลาง พบบริเวณละติจูด 20 ํ-25 ํ เหนือและใต้ซึ่งเป็น
บริเวณทมีมวลอากาศจมตัวลงจากบริเวณความกดอากาศสูงกึ่งเขตร้อน การจมตัวต่ำลงของมวลอากาศเป็นผลให้มวล
ี่
ั
อากาศร้อนชื้นตามอตราอะเดียแบติก และความชื้นสัมพทธ์ต่ำ ดังนั้นจึงทำให้สภาพความแห้งแล้งแผ่กระจายอยู่ทั่วไป
ั
ในบริเวณนี้ นอกจากนี้การที่อากาศจมตัวลงต่ำจะจำกัดมิให้เกิดการก่อตัวเป็นเมฆในแนวตั้ง บริเวณที่พบ เช่น ตะวันตก
เฉียงเหนือของเม็กซิโก ตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ชายฝั่งตะวันตกของเปรู ชิลีตอนเหนือ ทะเลทรายสะฮารา
ในแอฟริกาเหนือ บางส่วนของเอเชียตะวันตกเฉียงใต้จากคาบสมุทรอาราเบียไปถึงปากีสถาน ชายฝั่งตะวันตกของ
แอฟริกาใต้ และออสเตรเลียตอนกลาง
ภูมิอากาศแห้งแล้งเขตร้อน (ทะเลทรายเขตร้อน) ซึ่งพบอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกของทวีป อทธิพล
ิ
ของกระแสน้ำเย็นในมหาสมุทรมีบทบาทต่อสภาพความแห้งแล้งในบริเวณดังกล่าวด้วย กระแสน้ำเย็นที่ไหลเลียบ
ุ
ชายฝั่ง มีผลทำให้ชายฝั่งมีอณหภูมิต่ำลงและเพิ่มภาวการทรงตัวของอากาศให้มีมากขน ตามชายฝั่งจะพบหมอก ที่
ึ้
เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของอากาศ (Advection Fog) เมฆแผ่นและฝนปรอยๆ
ิ
ุ
ภูมอากาศแห้งแล้งเขตร้อนจัดเป็นเขตที่มอณหภูมสูงที่สุดในโลก สถิติอณหภูมิสูงที่สุดในโลกนั้น
ิ
ี
ุ
ปรากฏที่ทะเลทรายอะซีเซีย (AZIZIA) ในลิเบีย อณหภูมิสูงสุด 58 ํซ (136 ํฟ) อณหภูมิเฉลี่ยโดยทั่วไปในแต่ละ
ุ
ุ
เดือนในฤดูร้อนมีมากกว่า 30 ํซ และอุณหภูมิสูงสุดกว่า 50 ํซ เป็นปรากฏการณ์ธรรมดา
สาเหตุอีกประการหนึ่งเนื่องจากในเขตนี้ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่ค่อยมีเมฆจึงทำให้พนโลกได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์
ื้
ิ
มากในฤดูร้อน ส่วนในฤดูหนาวจะได้รับน้อยลง โดยปกติพสัยของอณหภูมิประจำวันประมาณ 15 ํ-25 ํซ ในฤดูหนาว
ุ
ื้
ุ
ในเวลากลางคืนการสูญเสียรังสีคลื่นยาวจากพนโลกเป็นไปอย่างรวดเร็วบางทีอณหภูมิอาจลดลงต่ำกว่าจุดน้ำแข็ง
ี
ี
ฝนที่ตกในภูมิอากาศแบบนี้ไม่ใช่มีปริมาณน้อยแต่เพยงอย่างเดียวยังตกไม่แน่นอนอกด้วย เช่น ที่เมือง
ARICA ในชิลีตอนเหนือ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยประจำปีต่ำสุดประมาณ 0.5 มม. มาเป็นเวลากว่า 43 ปีแล้ว ฝนส่วน
ใหญ่ที่ตกเป็นพายุฝนฟาคะนอง ซึ่งตกหนักและซึมลงดินอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีพชปกคลุมผิวดินเพยงเล็กน้อย
้
ื
ี
น้ำจึงไหลบ่าบนพื้นดินอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดน้ำท่วมบ่อยๆ
ส่วนในเขตภูมิอากาศกึ่งแห้งแล้งเขตร้อนนั้น ฝนตกเป็นระยะเวลายาวนานกว่าและในระดับละติจูด
สูงๆ อาจจะมีฝนตกเนื่องจากพายุหมุนเขตละติจูดกลางเคลื่อนที่ผ่านเข้ามาในบริเวณนี้เป็นครั้งคราว
2. ภูมิอากาศที่อยู่ในอิทธิพลของมวลอากาศเขตร้อนและมวลอากาศเขตขั้วโลก แถบละติจูดกลางของ
ซีกโลกทงสองจะเป็นบริเวณที่มีมวลอากาศร้อนจากเขตร้อนเคลื่อนที่มาพบกับมวลอากาศเย็นจากขวโลกตามบริเวณ
ั้
ั้
แนวปะทะอากาศขั้วโลก (Polar Front) ดังนั้น จึงทำให้ภูมิอากาศในบริเวณนี้เกิดความแตกต่างในด้านอณหภูมิ
ุ
มากกว่าความแตกต่างทางความชื้นและแห้งแล้งอย่างภูมิอากาศ ในเขตร้อนลักษณะอากาศในเขตนี้จะมีการ
้
เปลี่ยนแปลงมากและไม่แน่นอน เป็นเขตของพายุหมุนนอกเขตร้อนซึ่งส่วนใหญ่จะก่อให้เกิดน้ำฟาที่เกิดจากแนวปะทะ
ิ
อากาศ มวลอากาศสำคัญที่มีอทธิพลอยู่ในกลุ่มภูมิอากาศนี้คือ cT , mT , cP และ mP ภูมิอากาศกลุ่มนี้ แบ่งออกเป็น
6 ประเภทคือ
2.1 ภูมิอากาศกึ่งเมืองร้อน ฤดูร้อน ร้อนและแห้งแล้ง (Dry Summer Suptropics) Cwa : พบมากบริเวร
ชายฝั่งตะวันตกของทวีปในเขตละติจูดกลางซึ่งมวลอากาศ mT ควบคุมอยู่ บริเวณที่พบคือ ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน
แคลิฟอร์เนียตอนกลาง ชิลีตอนกลางตอนใต้สุดของแอฟริกา ออสเตรเลียตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันออกเฉียงใต้ของ
ออสเตรเลียใต้ และใกล้ๆ วิกตอเรีย

