Page 6 - Climate
P. 6
5
ุ
ิ
ื้
สำหรับในซีกโลกใต้ พสัยของอณหภูมิในรอบปีจะต่ำกว่าในซีกโลกเหนือเนื่องจากประกอบด้วยพนน้ำ
อนกว้างใหญ่ น้ำค้างแข็งจะปรากฏอยู่ทั่วไปในละติจูดสูงๆ อณหภูมิต่ำสุดประมาณ -6 ํซ ถึง -12 ํซ พบอยู่แถวชายฝั่ง
ั
ุ
อ่าวเม็กซิโกของสหรัฐอเมริกา ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อพืชและสวนผลไม้ในฟลอริดา และแคลิฟอร์เนีย
ปริมาณฝนรวมประจำปีประมาณ 750-1500 มม. ส่วนใหญ่มีฝนตกสม่ำเสมอตลอดทั้งปีโดยประมาณ
ิ
ื้
80-150 มม. ต่อเดือน ในอนเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลมมรสุมที่พดจากภาคพนทวีปออกสู่ชายฝั่งทำให้
ั
ฤดูหนาวปรากฏความแห้งแล้งอย่างเห็นได้ชัด
โดยทั่วไปแล้ว น้ำฝนในฤดูร้อนมาจากพายุฝนฟาคะนอง พายุเฮอร์ริเคน และไต้ฝุ่นจะพดเข้าสู่ชายฝั่ง
้
ั
เป็นบางโอกาสในปลายฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง และทำให้มีฝนตกหนักมาก ในขณะที่แนวปะทะอากาศขั้วโลก (Polar
Front) เคลื่อนที่เข้าสู่บริเวณนี้ จะทำให้เกิดฝนและพายุฝนฟ้าคะนองที่เกิดจากแนวปะทะอากาศขึ้น
ั
น้ำฟาในฤดูหนาวจะสัมพนธ์กับแนวปะทะอากาศ บางทีมาในรูปของหิมะฝนตกไม่ค่อยหนัก แต่ต่อเนื่องกัน
้
ื้
มากกว่าในฤดูร้อน หมอกที่เกิดจากแนวปะทะอากาศและหมอกพนดิน มักพบในฤดูหนาว แต่ไม่ค่อยจะพบหมอกที่เกิด
จากการเคลื่อนที่ของมวลอากาศตามชายฝั่งเพราะว่าปราศจากกระแสน้ำเย็นในมหาสมุทรใกล้เคียง
การขวางกั้นของภูเขามีอทธิพลสำคัญต่อการกระจายของน้ำฟาในภูมิอากาศชื้นกึ่งเมืองร้อน เช่น ที่เมือง
้
ิ
เชอร์ราปุนจิในอนเดีย ซึ่งตั้งอยู่ ณ ระดับความสูง 1,313 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และอยู่ทางตอนใต้ของเทือกเขากาสี
ิ
ิ
ั
(Khasi Hills) ในตะวันออกเฉียงเหนือของอนเดีย เมื่อลมมรสุมฤดูร้อนพดเข้าสู่ตอนในจะถูกบังคับให้ยกตัวสูงขึ้น
ตามเทือกเขาทำให้ฝนชุกมาก
ิ
2.3 ภูมอากาศแบบทะเล (Marine Climate) Cfb, Cfc : พบบริเวณชายฝั่งตะวันตกของทวีปค่อนไปทาง
ื้
เหนือของภูมิอากาศกึ่งเมืองร้อนบางทีจึงเรียกภูมิอากาศประเภทนี้ว่าภูมิอากาศภาคพนสมุทรชายฝั่งตะวันตก (Marine
West Coast) บริเวณนี้จะมีมวลอากาศทมีแหล่งกำเนิดจากทะเลมหาสมุทรพดเข้าสู่ฝั่ง เช่น ชายฝั่งตะวันตกของทวีป
ี่
ั
อเมริกาเหนือจากแคลิฟอร์เนีย เข้าไปยังตะวันออกเฉียงใต้ของอะแลสกา หมู่เกาะองกฤษ ยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือ
ั
จากโปรตุเกสเข้าไปในคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ชิลีตอนใต้ ออสเตรเลียตะวันออกเฉียงใต้ และนิวซีแลนด์
ื
ี
ส่วนใหญ่ จะมฝนตกเพยงพอในฤดูหนาว แต่ในฤดูร้อนการระเหยของน้ำและของพชมีมากกว่าฝนที่ตก
ี
ิ
ในฤดูหนาวอากาศอบอน-เย็น ส่วนในฤดูร้อนอากาศเย็น มวลอากาศที่มีอทธิพลในบริเวณนี้เป็นมวลอากาศที่มี
ุ่
แหล่งกำเนิดมาจากขั้วโลกภาคพนสมุทร แต่มวลอากาศ mT และ cP ก็เข้ามามีอทธิพลด้วย ในฤดูหนาวจะมีพายุหมุน
ิ
ื้
ลมตะวันตก และแนวปะทะอากาศขวโลกปรากฏขึ้นในฤดูร้อน แนวปะทะอากาศจะเคลื่อนที่ผ่านบริเวณนี้น้อยลง
ั้
อณหภูมิเฉลี่ยในรอบปีประมาณ 7 ํ-13 ํซ เดือนที่อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 15 ํ-20 ํซ กลางคืนอากาศจะเย็นลง
ุ
สาเหตุเป็นเพราะการแผ่รังสีในตอนกลางคืนของพนดิน และลมพัดสู่ชายฝั่ง
ื้
ิ
ในฤดูหนาวอณหภูมิจะสูงกว่าบริเวณที่อยู่ในละติจูดเดียวกันคือประมาณ 5 ํ-15 ํซ พสัยของอุณหภูมิ
ุ
ุ่
ประจำวันต่ำเนื่องจากมวลอากาศจากทะเลเคลื่อนที่เข้าหาฝั่งในฤดูหนาว กระแสน้ำอนกัลฟสตรีม และ North Atlantic
์
Drift ที่ไหลผ่านชายฝั่งยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือ และหมู่เกาะองกฤษมีส่วนทำให้บริเวณชายฝั่งมีอากาศอบอนด้วย
ั
ุ่
โดยทั่วไปเดือนที่หนาวที่สุดมีอณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าจุดน้ำแขง และเมื่อมวลอากาศ ขั้วโลกภาคพนทวีปเคลื่อนที่ลงมา
ื้
ุ
็
จะทำให้อากาศหนาวจัด บริเวณชายฝั่งแปซิฟกของอเมริกาเหนืออากาศไม่หนาวจัดเนื่องจากมีเทือกเขาอะแลสกา และ
ิ
คาสเคด (Cascade) ขวางกั้นอากาศหนาวเย็นจากภาคพนทวีป
ื้
้
ลักษณะที่น่าสนใจของน้ำฟาในภูมิอากาศแบบนี้คือ มีจำนวนวันที่มีฝนตกสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาว
มีฝนตกมากกว่า 150 วัน ใน 1 ปี
พายุหมุนมักจะเคลื่อนที่เข้ามาพร้อมกับมวลอากาศร้อนชื้นจากทะเล นำความชุ่มชื้นมาให้และมีลมพดแรง
ั
แนวปะทะอากาศคงที่และแนวปะทะอากาศปิดกันพบประจำในเขตนี้ ฝนที่ตกในฤดูร้อนส่วนใหญ่เกิดจากพายุหมุนเป็น
ลักษณะของฝนตกหนัก ยกเว้นบริเวณชายฝั่งซึ่งฝนจะมากับบริเวณความกดอากาศสูงจากมหาสมุทร พายุฝนฟาคะนอง
้
พบไม่มากเพราะว่าอากาศในเขตนี้มีภาวการทรงตัวอย่างถาวร

