Page 9 - Climate
P. 9
8
ื้
ื้
ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้อทธิพลของมวลอากาศขั้วโลกภาคพนทวีป และมวลอากาศอาร์กติกภาคพนทวีป
ิ
ุ
อณหภูมิประจำปีโดยเฉลี่ยจะต่ำกว่า 0 ํซ และพสัยอณหภูมิประจำปีจะมีมาก เช่น ที่เมืองแปรโร (Barrow) ในอลาสก้า
ุ
ิ
ุ
ุ
มีอณหภูมิประจำปี -12 ํซ อณหภูมิในเดือนกรกฎาคมประมาณ 4 ํซ แต่ในเดือนกุมภาพนธ์มีอณหภูมิเฉลี่ยประมาณ
ุ
ั
ุ
ิ
-28 ํซ และพสัยอณหภูมิประจำปี -32 ํซ ส่วนที่เมืองแวร์โด (Vardo) ในนอร์เวย์ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่บริเวณละติจูดเดียวกันใน
ุ
ิ
ุ
ั
ุ
เดือนสิงหาคมมีอณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10 ํซ เดือนกุมภาพนธ์ มีอณหภูมิเฉลี่ยประมาณ -5 ํซ พสัยอณหภูมิประจำปี
ุ่
ุ
ี
เพยง 15 ํซ เพราะได้รับอทธิพลจากทะเลและกระแสน้ำอน North Atlantic Drift ไหลผ่าน ฤดูร้อนอณหภูมิสูงสุดอยู่
ิ
ในช่วง 15-18 ํซ จะมีระยะเวลา 2-6 เดือนที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่า 0 ํซ ในฤดูหนาว หนาวจัดและหนาวนาน
้
น้ำฟาประจำปีน้อยกว่า 350 มม. มักจะเกิดจากพายุหมุนในฤดูร้อน น้ำฟาส่วนใหญ่เป็นในรูปของหิมะ
้
ในฤดูหนาวจะตกไม่มาก 1,500-2,000 มม. จะพบมากในแคนาดาตะวันออกเฉียงเหนือ และแผ่นดินที่ติดกับมหาสมุทร
แอตแลนติกเหนือมากกว่าในอลาสก้าเหนือ แคนาดาตะวันตกเฉียงเหนือ และไซบีเรีย พายุฝนจะพบมากที่สุดในฤดูใบไม้
ุ
ร่วงและฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งมีความแตกต่างของอณหภูมิระหว่างพื้นดินและพื้นน้ำมาก
3.3 ภูมอากาศขั้วโลก (Polar Climate) Ef : ภูมิอากาศแบบขั้วโลกหรือแบบทุ่งน้ำแข็งมีอณหภูมิเฉลี่ย
ิ
ุ
ประจำเดือนตลอดทั้งปีจะต่ำกว่า 0 ํซ และปราศจากพชพรรณธรรมชาติ พนที่ปกคลุมไปด้วยหินและน้ำแข็งหรือหินว่าง
ื้
ื
ุ
ื้
เปล่าปกคลุมส่วนใหญ่ของเกาะกรีนแลนด์ มหาสมุทรอาร์กติกและแอนตาร์กติก อณหภูมิประจำปีต่ำสุดบนพนโลกพบที่
ุ
เกาะกรีนแลนด์ และแอนตาร์กติก เช่น Amundsen-Scott ที่ขั้วโลกใต้มีอณหภูมิเฉลี่ยประมาณ -48.7 ํซ ในปี
ุ
็
ุ
ค.ศ.1957 พสัยอณหภูมิประจำปีจะมาก อณหภูมิเฉลี่ยประจำเดือนในฤดูร้อนจะต่ำกว่าจุดน้ำแขง ในฤดูร้อนทวีป
ิ
ุ
แอนตาร์กติกจะมีอณหภูมิต่ำกว่าบริเวณขั้วโลกเหนือ เดือนมกราคมซีกโลกใต้จะเป็นฤดูร้อน เคยมีอณหภูมิต่ำกว่า
ุ
ิ
ุ
-45 ํซ ในฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก พสัยอณหภูมิประจำเดือนอยู่ระหว่าง -20 ํซ ถึงต่ำกว่า -65 ํซ บนเกาะกรีนแลนด์
เคยมีอุณหภูมิ -66 ํซ ณ ระดับความสูง 3,000 เมตรในปี ค.ศ.1949
ิ
3.4 ภูมอากาศแบบภูเขาสูง (Highland Climate) H : ลักษณะเด่นของภูมิอากาศแบบภูเขาสูง คือ
ี่
ความหลายหลากของภูมิอากาศทพบอยู่ในบริเวณนั้น พบอยู่ตามเทือกเขาและหุบเขาสูงของละติจูดกลาง-ต่ำ เช่น
เทือกเขาแคสเคด (Cascade) เซียร์ราเนวาดา (Sierra Nevada) และเทือกเขารอกกี (Rockies) ในอเมริกาเหนือ
เทือกเขาแอนดีสในอเมริกาใต้ เทือกเขาแอลป์ในยุโรป เทือกเขาหิมาลัยและสาขา และที่ราบสูงธิเบตในเอเชียที่ราบสูง
ทางตะวันออกในแอฟริกา เทือกเขาสูงในบอร์เนียว และนิวกินี
ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อภูมิอากาศแบบภูเขาสูง คือ ระดับความสูง ลักษณะภูมิประเทศในแต่ละท้องถิ่น
(Local Relief) และการขวางกั้นของภูเขา
เมื่อระดับความสูงมากขึ้น อณหภูมิจะคอยๆ ลดต่ำลงตามอตราปกติคือ 6 ํซ / 1,000 เมตร ความกด
ั
่
ุ
อากาศจะลดต่ำลงตามความสูงด้วย โดยปกติบรรยากาศที่อยู่ในระดับสูงจะปราศจากเมฆ ฝุ่น เขม่าควันไฟ ไม่ค่อยมีก๊าซ
ื้
และอากาศจะใสมาก พอที่จะให้ทั้งรังสีดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมาสู่พนโลกและรังสีที่สะท้อนจาก พื้นโลกกลับออกไปเป็นไป
ได้ง่าย ภายใต้ท้องฟ้าแจ่มใส รังสีที่โลกไดรับจะมีความเข้มสูง ณ ระดับความสูงมาก
อทธิพลของลักษณะภูมิประเทศในแต่ละท้องถิ่นจะมีผลต่อปริมาณรังสีดวงอาทิตย์ที่ได้รับและเกี่ยวกับ
ิ
ทิศทางและความเร็วของลมด้วย ในซีกโลกเหนือลาดเขาทางใต้จะได้รับรังสีดวงอาทิตย์โดยตรงมาก อตราความเร็วของ
ั
ลมในระดับสูงจะมีมากกว่าที่ต่ำ การขวางกั้นของภูเขาก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัจจัยของภูมิอากาศด้วย เช่น เทือกเขาที่
เรียงตัวกันในแนวตะวันตก-ตะวันออก ของยุโรปในช่วงฤดูหนาวจะขวางกั้นมวลอากาศ ขั้วโลกที่จะเคลื่อนที่ลงมาทางใต้
จึงทำให้ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนมีอากาศไม่หนาว เทือกเขาหิมาลัยกั้นลมหนาวที่พดออกมาจากเอเชียตอนกลางไว้ทำให้
ั
้
ทางตอนใต้ของเทือกเขาหิมาลัยลงมา อากาศไม่หนาวเย็น เทือกเขาด้านที่ได้รับลมร้อนชื้นจะมีน้ำฟามากกว่าด้านที่อบ
ั
ิ่
้
้
ลม น้ำฟาจะค่อยๆ เพมขึ้นเมื่อระดับสูงขึ้น อย่างน้อยที่สุด เมื่อสูงประมาณ 3,000-5,000 เมตร น้ำฟาจะปรากฏในรูป
ของหิมะเป็นส่วนใหญ่ และหิมะปกคลุมเป็นระยะเวลายาวนาน
******************************************

