Page 47 - Climate
P. 47
46
ปัจจัยทั้ง 3 ประการดังกล่าว หาได้โดยการเอาสภาพภูมิอากาศหรือเรียกอกอย่างหนึ่งว่า ลักษณะอากาศ
ี
ิ
ประจำถิ่นของพนที่บริเวณนั้นๆ มาพจารณาในการปฏิบัติการ นอกจากนี้ยังต้องมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ
ื้
ี
ลักษณะภูมิประเทศของบริเวณนั้น ๆ มาประกอบการวางแผนอกด้วยสภาพอากาศในการทำการบินระหว่างเดือน
พฤศจิกายนถึงเมษายน
ช่วงเวลาในการปฏิบัติการทางอากาศทดีที่สุดในอินโดจีน ได้แก่ฤดูหนาวหรือฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ
ี่
้
ี
ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เพราะระยะนี้เป็นเวลาที่ท้องฟามีเมฆเพยงเล็กน้อย ฝนและการปั่นป่วนของ
กระแสอากาศมีน้อย ทัศนวิสัยดี เว้นแต่อาจจะมีลักษณะอากาศที่เรียกว่า Cra-chine หมอกแดด และควันไฟที่เกิดจาก
ไฟไหม้ป่า ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนบริเวณชายฝั่งเวียดนามตอนเหนือและอาวตังเกี๋ย จะมีลักษณะอากาศ
่
ตรงกันข้าม กล่าวคือ มีเมฆสเตรตัส เพดานเมฆต่ำปกคลุมเต็มท้องฟา กับมีฝนละอองปน ทัศนวิสัยเลว
้
สภาพอากาศในการทำการบินในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม
่
ระยะนี้การเปลี่ยนแปลงของอากาศค่อยๆ เป็นไป มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือได้ออนกำลังลงและมรสุม
ตะวันตกเฉียงใต้เริ่มเข้ามาแทนที่ เมฆที่ก่อตัวในทางตั้งจะเพมจำนวนมากขึ้นในบริเวณทางตะวันตกของเทือกเขา Chain
ิ่
้
Annam, Chaine Des Cardamones และ Chaine De Elephant การเกิดพายุฟาคะนองและแนว Squall line บ่อย
ในบริเวณดังกล่าวนี้
ขณะที่มีการเปลี่ยนฤดูมรสุมเมฆสเตรตัสจะไม่เป็นอปสรรคต่อการบินอย่างสำคัญ เช่นในฤดูมรสุมตะวันออก
ุ
ุ
เฉียงเหนือ ตามพนที่ราบต่ำตอนใต้และตอนกลางของเวียดนาม จะมีเมฆสเตรโตคิวมูลัส ฐานสูง 1,000-3,000 ฟต
ื้
ปรากฏเป็นประจำ ระยะนี้ท้องฟาจะเปิดเมฆจะไม่เป็นเพดาน ถึง 80% และมีทัศนวิสัยดีไม่ต่ำกว่า 3 ไมล์ 80%
้
ลักษณะอากาศที่เป็นอปสรรคต่อการบินในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ได้แก่แนวปะทะอากาศแห่งโซนร้อนที่เคลื่อนตัว
ุ
ิ
้
ขึ้นเหนือผ่านอนโดจีนตอนใต้ ทำให้เกิดพายุฟาคะนอง เมฆคิวมูโลนิมบัสจะมีเกิดขึ้นเป็นแนวและมี Disturbance อย่าง
ปานกลางถึงรุนแรงกระแสอากาศปั่นป่วน ฝนตกหนักเพดานเมฆต่ำ และทัศนวิสัยเลว พายุฟาคะนองจะมีอยู่ทั่วไปตาม
้
้
บริเวณที่เป็นภูเขาดังนั้นให้ทำการบินออมหรือบินผ่านตรงที่มีเมฆคิวมูลัสที่มียอดต่ำก็จะได้รับความปลอดภัย
สภาพอากาศในการทำการบินระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน
ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกันยายน พนที่เกือบทั้งหมดในอินโดจีนได้รับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
ื้
ิ
้
ซึ่งร้อนและมีไอน้ำมาก บริเวณที่ได้รับอทธิพลจากมรสุมนี้ได้แก่ เวียดนามตอนใต้ ลาว กัมพชา ไทย พม่า ท้องฟาจะมี
ู
เมฆปกคลุม 6-8/10 ส่วน เป็นระยะเวลานานนับตั้งแต่เย็นไปจนถึงเวลาเช้า จะมีเมฆชั้นกลางออลโตคิวมูลัส
ุ
และออลโตสเตรตัส ซึ่งมียอดสูงประมาณ 8,000-12,000 ฟต เมฆดังกล่าวนี้เป็นเมฆที่เหลือจากการสลายตัวของเมฆ
่
คิวมูโลนิมบัสที่เกิดขึ้นในตอนกลางวัน ตอนสายเมฆชั้นกลางเหล่านี้ก็จะสลายตัวไปเมฆคิวมูลัสจะเริ่มกอตัวและค่อย
เจริญเติบโตเป็นเมฆคิวมูโลนิมบัสต่อไป เฉลี่ยฐานสูงประมาณ 1,500-2,000 ฟต ยอด 30,000-40,000 ฟต กระจาย
ุ
ุ
ิ
ทั่วไปปกคลุมตามบริเวณส่วนใหญ่ของอนโดจีนทางด้านตะวันตกของเทือกเขาชายฝั่งทะเลเวียดนาม ทัศนวิสัยโดยปกติ
จะมีมากกว่า 3 ไมล์ 80 เปอร์เซ็นต์ฝนตกหนักทำให้มีทัศนวิสัยเลวซึ่งจะมีตามบริเวณที่ราบต่ำตอนใต้และตะวันตกเฉียง
ใต้ของอินโดจีน
สภาพอากาศเกี่ยวกับการบินตามบริเวณตอนเหนือของอนโดจีน จะไม่แตกต่างกับตอนใต้มากนักความแตกต่าง
ิ
ของลักษณะทางอากาศจะเกิดจากภูมิประเทศที่เป็นภูเขา และการที่มีแนวปะทะอากาศแห่ง โซนร้อน (ITZ) พาดผ่าน
ทำให้เกิดมีเมฆชั้นต่ำ เช่น สตราโตคิวมูลัสฐาน 1,000-5,000 ฟต ปกคลุมทั่วไป และมีทัศนวิสัยต่ำกว่า 3 ไมล์ บางขณะ
ุ
จะมีลักษณะอากาศไม่ดีจากทะเลจีนใต้ ทำให้เกิดเมฆหลายระดับรวมทั้งเมฆคิวมูโลนิมบัส และมีฝนตกหนักตามบริเวณ
อ่าวตังเกี๋ย ชายฝั่งทะเลตอนเหนือของเวียดนามและตะวันออกเฉียงเหนือของลาว
ขณะที่มีพายุหมุนแห่งโซนร้อนขึ้นในอนโดจีน ความรุนแรงของพายุฟาคะนองจะเพมขึ้นตามลำดับภายในรัศมี
ิ
ิ่
้
ื
150 ไมล์ ถึง 200 ไมล์ จากศูนย์กลางของพายุหมุนเขตร้อน พายุฟาคะนองที่มีความรุนแรงในเวลากลางคนมักจะ
้
ปรากฏตามลำแม่น้ำโขงเหนือเส้นขนานที่ 12 องศาเหนือ

