Page 52 - Climate
P. 52
51
ื้
ลำคลองเล็กๆ ไหลลงแม่น้ำที่อยู่ทั้งสองข้าง หรือถ้าดูโดยส่วนรวมพบว่าพนที่ ที่อยู่ระหว่างแม่น้ำสองสายที่ไหลขนาน
กันลงมา เช่น พนที่ระหว่างแม่น้ำยมกับแม่น้ำน่าน หรือระหว่างแม่น้ำปิงกับแม่น้ำยม มองดูคล้ายกับเป็นหลังเต่ามี
ื้
ู
ิ
ี
ลำคลองเล็กๆ ไหลลงสู่แม่น้ำทั้งสองข้าง และเมื่อพจารณาโดยละเอยดแล้วจะพบว่าบริเวณนั้นเป็นที่ราบลูกฟกนั่นเอง
นอกจากนี้การกระทำของแม่น้ำที่ไหลผ่านลงมายังทำให้เกิดที่ราบขั้นบันได (Terrace) และที่ราบลุ่มแม่น้ำหรือที่ราบน้ำ
ท่วมถึง (Flood Plain) ของแม่น้ำเหล่านี้อีกด้วย
ภูมิประเทศทางตะวันออกของเขตนี้เป็นทิวเขาและที่สูงต่อเนื่องกับขอบที่สูงของภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ แนวทิวเขาดังกล่าวได้แก่ ทิวเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งต่อเนื่องมาจากทิวเขาหลวงพระบาง ทิวเขานี้ได้แยกออกเป็น
2 แนว ทางตอนเหนือของจังหวัดเพชรบูรณ์คือทิวเขาเพชรบูรณ์ 1 เป็นขอบกั้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือทางตะวันออก
ของจังหวัดเพชรบูรณ์ และทิวเขาเพชรบูรณ์ 2 แยกมาทางตะวันตกของจังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างทิวเขาทั้งสอง
เป็นที่ราบหุบเขาแคบๆ ยาวจากเหนือลงมาใต้ เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำป่าสัก มีแม่น้ำป่าสักไหลผ่านกลางที่ราบหุบเขา
จากเหนือลงมาใต้ขนานมากับแนวทิวเขา
2) เขตที่ราบภาคกลางตอนล่าง เป็นบริเวณที่เรียกว่าดินดอนสามเหลี่ยมแม่น้ำเจ้าพระยา
เป็นที่ราบลุ่มน้ำดินตะกอนที่แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำแม่กลอง พดพาเอา
ั
ู
ตะกอนมาทับถมพอกพนขึ้นจนอยู่เหนือระดับน้ำทะเล กินอาณาบริเวณตั้งแต่ทางตอนใต้ของจังหวัดนครสวรรค์ลงไป
ถึงปากอ่าวเจ้าพระยา
ด้วยเหตุที่บริเวณนี้เป็นบริเวณที่ราบลุ่ม เมื่อลำน้ำไหลผ่านมา ความเร็วของกระแสน้ำลดลง
ู
ตะกอนต่างๆ ที่น้ำพดพามาจะทบถมพอกพนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยทรายละเอยด ตะกอนดิน
ั
ั
ี
ั้
ึ
เหนียว ตะกอนเหล่านี้จะทับถมทงในบริเวณที่ราบน้ำท่วมถงและในลำน้ำ ทำให้เกิดสันดอนกลางน้ำและแม่น้ำ ไหล
เปลี่ยนทางเดินหลายแห่ง แม่น้ำเจ้าพระยาจะมีลำน้ำสาขาแยกออกจากลำน้ำใหญ่แล้ววกมาบรรจบกันใหม่หลายแห่ง
ที่ราบภาคกลางตอนล่างเป็นบริเวณดินตะกอนแม่น้ำพดพามาทับถม เนื้อดินเป็นดินเหนียว
ั
ื้
ปนทราบเล็กน้อย สามารถอมน้ำไว้ได้ดีขณะมีน้ำขัง ประกอบกับดินมีความอดมสมบูรณ์และมีพนที่ชลประทาน
ุ
ุ้
กว้างขวางกว่าเขตอน จึงทำให้บริเวณนี้เป็นแหล่งเกษตรที่สำคัญของประเทศ
ื่
ื้
3) เขตขอบที่ราบภาคกลางตอนล่าง บริเวณนี้เป็นพนที่สูงๆ ต่ำๆ ต่อจากที่สูงที่เป็นขอบของภาค
กลาง ลาดเอยงลงสู่พนที่ลุ่มน้ำภาคกลางตอนล่าง เป็นบริเวณที่หินถูกกัดกร่อนและน้ำพดพาเศษหิน เศษดิน มาทับถม
ั
ี
ื้
บริเวณเชิงเขาและบริเวณต่อเนื่องกับที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง
3.3 ภาคตะวันตก
ภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาและเทือกเขาสูงต่อเนื่องลงมาจากภาคเหนือ เทือกเขาเหล่านี้วางตัวในแนว
เหนือ-ใต้ บางตอนค่อนข้างเฉียงอยู่ในทิศทางตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยทิวเขาซ้อนกันหลาย
ทิว เป็นแนวยาวตลอดลงไปจนถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และเลยต่อเนื่องเข้าสู่จังหวัดระนอง ชุมพร ต่อไปถึงภูเก็ต ซึ่ง
ช่วงนั้นเรียกว่าทิวเขาภูเก็ต เทือกเขาในภาคตะวันตกที่สำคัญได้แก่ เทือกเขาถนนธงชัยและเทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขา
ถนนธงชัยจะต่อเนื่องลงมาจากภาคเหนือ ถัดลงมาจะเป็นเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งอาจแบ่งเป็น 3 ทิว คือ ทิวเขาตะนาว
ศรีทางตะวันตกอยู่ในเขตพม่า ทิวเขาตะหนาวศรีตอนกลางใช้เป็นแนวแบ่งเขตพรมแดนไทยกับพม่า ทิวเขาตะนาวศรี
ทางตะวันออกเป็นแนวภูเขาอยู่กลางระหว่างแม่น้ำแควน้อยกับแควใหญ่ต่อเนื่องกับเทือกเขาถนนธงชัยตอนใต้
ื้
พนที่ส่วนใหญ่ของภาคตะวันตกเป็นภูเขา ตามแนวเทือกเขาด้านตะวันตกของภาคมีที่ราบหุบเขาแคบๆ
ลักษณะเช่นนี้ต่างกบลุ่มน้ำในภาคเหนือซึ่งมีที่ราบลุ่มน้ำกว้างขวางกว่ามาก ลำน้ำส่วนใหญ่ไหลผ่านหุบเขาลึก และ
ั
ั
ี่
สูงชัน บริเวณทราบเชิงเขาประกอบด้วยเศษหิน เศษดิน ถูกน้ำพดพามาจากที่สูงมาทับถมในที่ราบลุ่ม โครงสร้างและ
เนื้อดินจึงแตกต่างไปจากดินตะกอนในที่ราบภาคกลาง ทางด้านตะวันออกของภาคนี้มีที่ราบไม่กว้างขวางนักภูมิประเทศ
ู
จะเป็นที่ราบลูกฟก สลับแม่น้ำลำธารสายสั้นๆ ต่อเนื่องมาจากเทือกเขาถนนธงชัยและตะนาวศรี

