Page 64 - Climate
P. 64
63
ุ
สูงสุดในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ทั้ง 2 ภาคมีฝนตกและมีน้ำผิวดินสมบูรณ์แม้อณหภูมิจะสูงแต่ไอน้ำก็มีมาก ทำให้
ั
ความชื้นสัมพัทธ์สูงไปด้วย จากนั้นความชื้นสัมพทธ์จะค่อยๆ ลดลงเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาว แต่ก็ยังคงมากว่าในฤดูร้อน
ั
สำหรับภาคใต้กับภาคกลางนั้น ความชื้นสัมพทธ์จะอยู่ระหว่างร้อยละ 75-80 ตลอดปี และมี
ความแปรปรวนน้อย ทั้งนี้เพราะทั้ง 2 ภาคได้รับอิทธิพลจากทะเลตลอดปี
ั
ส่วนภาคตะวันออก ซึ่งเป็นภาคที่ได้รับลมทะเลตลอดปี และเป็นด้านรับลม จึงมีความชื้นสัมพทธ์
ิ
ั
สูงตลอดปี โดยในฤดูหนาว ซึ่งอทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรง จะทำให้ความชื้นสัมพทธ์ต่ำลง แต่
ิ่
ั
ยังอยู่ในระดับประมาณร้อยละ 75 จากนั้นความชื้นสัมพทธ์จะเพมขึ้นอย่างช้าๆ เพราะได้รับอิทธิพลของลมทะเลจาก
อ่าวไทย และจะขึ้นสูงสุดในเดือนกันยายนซึ่งเป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง และได้รับความชื้นส่วนหนึ่ง
จากพายุหมุน เมื่อพิจารณาระดับความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยในรอบปี ประเทศไทยจะมีความชื้นสัมพัทธ์ระหว่างร้อยละ 63-66
3.4.3 ปริมาณน้ำฝนประเทศไทย โดยเฉลี่ยแล้วประเทศไทยจะมีฝนตกประมาณปีละ 1,550 มิลลิเมตร
์
ื้
(60 นิ้ว) ซึ่งนับว่าอยู่ในเกณฑดี บริเวณทฝนตกชุกนั้นส่วนมากอยู่ตามชายฝั่งทะเล พนที่ที่มีฝนน้อยส่วนมากจะอยู่ใน
ี่
เขตเงาฝน
3.4.4 รูปแบบการกระจายของปริมาณฝนในประเทศไทยเฉลี่ยรายปี การกระจายของฝนในประเทศไทย
โดยเฉลี่ยนั้น โดยทั่วไปแล้วทางตอนบนของประเทศจะมีฝนตกน้อยกว่าทางตอนล่างของประเทศ ทั้งนี้เพราะทาง
ตอนบนอยู่ไกลทะเลมากกว่า สำหรับภาคเหนือนั้นมีฝนตกตั้งแต่ 800-2,000 มิลลิเมตร บริเวณที่มีฝนตกมากที่สุด ได้แก่
จังหวัดเชียงรายซึ่งเป็นบริเวณที่มีเทือกเขาสูง สามารถกั้นความชื้นไว้ได้มาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตั้งแต่ 800-
2,400 มิลลิเมตร ทางตะวันออกของภาคซึ่งอยู่ใกล้ทะเลจีนใต้มากกว่าทางตะวันตกจะมีฝนตกมากกว่าทางด้านตะวันตก
โดยเฉพาะบริเวณเหนือสุดคือจังหวัดหนองคาย มีฝนตกเฉลี่ยสูงถึง 2,800 มิลลิเมตร เพราะบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้กับ
อ่าวตังเกี๋ยมากกว่าพนที่อื่นๆ ของภาคนั่นเอง
ื้
ภาคกลางมีฝนตั้งแต่ 1,000-2,400 มิลลิเมตร ทางด้านตะวันออกของภาคมีฝนตกชุกกว่าด้าน
ตะวันตก เพราะด้านตะวันออกเป็นด้านรับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พดไปปะทะทิวเขาดงพญาเย็นส่วนทางด้าน
ั
ตะวันตกเป็นด้านเงาฝนของทิวเขาตะนาวศรี บริเวณที่ฝนตกชุกทสุดได้แกตอนเหนือของจังหวัดนครนายก ซึ่งเป็น
่
ี่
ด้านรับลมของเทือกเขาสันกำแพง
ภาคตะวันตกมีฝนตกตั้งแต่ 800-2,400 มิลลิเมตร โดยฝนจะตกมากที่สุดบริเวณอำเภอทองผาภูมิ
จังหวัดกาญจนบุรี มีฝนตกเฉลี่ยถึง 2,400 มิลลิเมตร เพราะเป็นด้านรับลม ส่วนที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นด้าน
เงาฝนมีฝนตกเฉลี่ย 800-1,000 มิลลิเมตรเท่านั้น
สำหรับภาคตะวันออก บริเวณใต้สุดของภาคจะมีฝนตกมากกว่า 4,000 มิลลิเมตร ซึ่งนับว่าสูง
มาก ปริมาณฝนจะลดน้อยลงเมื่อขึ้นไปทางเหนือของภาค โดยทางเหนือสุดจะมีฝนตกน้อยที่สุดมีปริมาณ 1,200-1,400
มิลลิเมตรเท่านั้น
ื่
ส่วนภาคใต้มีฝนตกเฉลี่ยมากกว่าภาคอนๆ โดยมีฝนตกตั้งแต่ 1,100 ถึงมากกว่า 4,000 มิลลิเมตร
บริเวณที่มีฝนตกมากที่สุดของภาคได้แก่ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง กับตำบลคึกคก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพงงา
ั
ั
ทางด้านตะวันออกจะมีฝนตกน้อยกว่าทางด้านตะวันตก เพราะเป็นด้านเงาฝนของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ แม้จะได้รับ
อิทธิพลของลมมรุสมตะวันออกเฉียงเหนือที่พดผ่านอาวไทยมาก่อนก็ตาม
่
ั
นอกจากปัจจัยต่างๆ เหล่านี้แล้วประเทศไทยยังได้รับอทธิพลจากร่องมรสุมและพายุหมุนเขตร้อน
ิ
ด้วย ดังมีรายละเอยดต่อไปนี้
ี
3.5 ร่องมรสุม (Inter-Tropical Convergence Zone-ITC, ITZ)
ร่องมรสุมเป็นแนวที่เกิดจากลมสินค้าจากซีกโลกเหนือ (Northeast Trade Wind) และลมสินค้าจาก
ซีกโลกใต้ (Southeast Trade Wind) มาพบกัน แนวนี้เกิดใกล้กับเส้นศูนย์สูตรและพาดรอบโลก แนวนี้เห็นได้ชัดเจนใน
มหาสมุทร ส่วนบนแผ่นดินเห็นไม่ชัดเจนนักและเกิดเป็นแนวกว้าง ร่องมรสุมจะพาดอยู่ทางตอนใต้ของไทย โดยมี

