Page 59 - Climate
P. 59
58
2) ระยะเวลาที่ได้รับรังสีดวงอาทิตย์ การที่แกนของโลกเอยงและโคจรไปรอบดวงอาทิตย์ตาม
ี
ตำแหน่งต่างๆ ที่โลกโคจรไป จะทำให้บางส่วนของพื้นโลกที่เหนือ และใต้ศูนย์สูตรจะมีระยะเวลาที่ได้รับรังสีจาก
ดวงอาทิตย์แตกต่างกันเช่น ตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงกันยายน บริเวณใกล้ขั้วโลกเหนือจะได้รับรังสีดวงอาทิตย์เกือบ
ตลอด 24 ชั่วโมง แต่พอเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมบริเวณใกล้ขั้วโลกจะไม่ได้รับรังสีดวงอาทิตย์เกือบตลอด 24 ชั่วโมง
ุ
การที่ได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์เป็นระยะเวลายาวนานเท่ากับได้รับรังสีมากอณหภูมิจะสูงขึ้น แต่ถ้าระยะเวลาที่ได้รับ
ุ
ุ
รังสีมีน้อยหรือไม่ได้รับเลยจะทำให้มีอณหภูมิต่ำ ในกรณีขั้วโลกแม้จะได้รับรังสีมากในบางช่วงของปี แต่อณหภูมิไม่สูง
ื่
มากเมื่อเทียบกับบริเวณอน เพราะลำรังสีดวงอาทิตย์ที่ได้รับเฉียงมาก สำหรับบางบริเวณที่ห่างจากศูนย์สูตรระยะเวลา
ที่ได้รังสีดวงอาทิตย์แตกต่างกันมากในรอบปี ส่วนบริเวณศูนย์สูตรระยะเวลาที่ได้รับรังสีจะไม่ต่างกันมากนัก จึงไม่ต้อง
ุ
สงสัยว่าทำไมบริเวณใกล้ศูนย์สูตรจึงมีอณหภูมิสูงตลอดปี
พนที่ส่วนต่างๆ ของประเทศไทย ซึ่งอยู่ใกล้ศูนย์สูตร ดังนั้นเวลาที่รับรังสีดวงอาทิตย์ในรอบปี
ื้
จึงไม่แตกต่างกันมากนัก กล่าวคือ จังหวัดทางภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ช่วงที่ได้รับรังสีมากวันหนึ่ง
จะได้รับประมาณ 13 ชั่วโมง ส่วนระยะที่ได้รับรังสีน้อยจะประมาณ 11 ชั่วโมง โดยทั่วไปจะต่างกันประมาณ 1 ชั่วโมง
เท่านั้น ผลจึงมีไม่มากนักต่ออณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง อกทั้งช่วงเวลาที่แตกต่างเป็นช่วงเย็น อนเป็นเวลาที่มุมตกของรังสี
ี
ั
ุ
เฉียงมากแล้วในแต่ละวัน ดังนั้นเวลาที่ได้รับรังสีดวงอาทิตย์ต่างกัน จึงไม่มีผลต่ออุณหภูมิของประเทศไทยมากนัก
ื้
ื้
3.1.3 การกระจายความร้อนของพนโลก รังสีดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นรังสีคลื่นสั้นทั้งหมด เมื่อลงมาถึงพนโลก
จะถูกพนโลกสะท้อนกระจายกลับออกไปประมาณร้อยละ 6 ส่วนที่เหลือพนโลกจะดูดซับไว้ทั้งหมด ทำให้พนโลกร้อน
ื้
ื้
ื้
ื้
ื้
ขึ้นจนทำให้พนโลกเป็นแหล่งกระจายความร้อน ความร้อนที่พนโลกกระจายออกมานี้เป็นความร้อนคลื่นยาวซึ่งมีช่วง
ิ
คลื่นตั้งแต่ 4-30 ไมครอน ซึ่งแตกต่างจากรังสีอนฟราเรด และรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์มีตั้งแต่ 0.7-3.0 ไมครอน
ื้
ุ
ความร้อนที่กระจายออกจากพนโลกนี้บรรยากาศรับไว้ได้แทบทั้งหมด จึงพบว่าในชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟยร์อณหภูมิ
ี
ื้
ื้
จึงสูงในบริเวณใกล้พนโลก เห็นได้ว่าความร้อนที่บรรยากาศรับไว้นั้นเป็นลักษณะของความร้อนที่กระจายกลับโดยพน
โลก แทนที่จะเป็นรังสีจากดวงอาทิตย์ที่ลงมาตรงๆ ความร้อนที่โลกกระจายออกนี้ แม้ว่าในที่สุดจะเล็ดลอดบรรยากาศ
้
ออกไปได้โดยเฉพาะในวันที่ท้องฟาปราศจากเมฆ แต่จะเป็นไปอย่างช้าๆ จึงทำให้ในเวลากลางคืนซึ่งไม่ได้รับรังสีดวง
อาทิตย์แล้วอณหภูมิยังคงอยู่ไม่ลดต่ำอย่างรวดเร็วอาจกล่าวได้ว่าบรรยากาศทำหน้าที่เหมือนกับหลังคาของเรือนกระจก
ุ
ปลูกต้นไม้ เมื่อรังสีคลื่นสั้นผ่านเข้ามาพอกระทบกับพนผิวแล้วก็สะท้อนกลับไปในรูปของคลื่นยาวซึ่งจะผ่านออกไปได้
ื้
ยาก ทำให้มีความร้อนซึมกระจายอยู่ในบรรยากาศซึ่งเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Green House Effect
พนที่ของประเทศไทยอยู่ในเขตร้อน ทุกส่วนของประเทศไทยจะได้รับรังสีดวงอาทิตย์ในลักษณะตั้งฉาก
ื้
ถึงปีละสองครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นระยะเวลาที่รับรังสีดวงอาทิตย์จะมีสูงตลอดปีคือใกล้เคียง 12 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นระยะ
ที่ได้รับรังสีมากในเดือนมิถุนายน หรือระยะที่ได้รับรังสีน้อยในเดือนธันวาคม ความแตกต่างจะมี ไม่เกิน 1 ชั่วโมง
ุ
ุ
ุ
ุ
ด้วยเหตุนี้อณหภูมิในประเทศไทยจึงสูงตลอดปี นอกจากนั้นอณหภูมิแตกต่างกันระหว่างค่าอณหภูมิสูงสุดกับอณหภูมิ
ต่ำสุดประจำวันก็มไม่มาก ทั้งนี้เนื่องจากความชื้นในบรรยากาศมีค่อนข้างสูงตลอดปีเช่นกัน
ี
ุ
อณหภูมิสูงสุดในประเทศไทยอยู่ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม โดยเฉพาะในเดือนเมษายนเป็น
เดือนที่พนที่ส่วนใหญ่ของประเทศได้รับรังสีดวงอาทิตย์ตั้งฉาก ประกอบกับความชื้นในอากาศเริ่มมีมากขึ้นเพราะ
ื้
ื้
มวลอากาศจากอาวไทยเริ่มเข้าปกคลุมพนที่ส่วนใหญ่ของประเทศ และในเดือนเมษายนเมฆยังไม่ค่อยก่อตัวบนท้องฟา
่
้
มากนักสำหรับเดือนพฤษภาคมรังสีดวงอาทิตย์คล้อยไปทางเหนือของประเทศ แต่อทธิพลยังคงมีอยู่ ช่วงนี้เมฆเริ่มก่อตัว
ิ
บนท้องฟามากขึ้น และเริ่มมีฝนตกอนเป็นปัจจัยให้อณหภูมิลดลงไปบ้างแต่ยังคงสูงอยู่ ในช่วงเดือนเมษายนพนที่ส่วน
ื้
ั
้
ุ
ใหญ่ของประเทศไทยได้รับรังสีดวงอาทิตย์ในลักษณะตั้งฉาก จึงพบว่าตั้งแต่ใต้ไปจดเหนืออณหภูมิของเดือนเมษายน
ุ
ุ
ื่
ุ
จะสูงกว่าเดือนอนๆ และอณหภูมิจะสูงต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพฤษภาคมจากนั้นอณหภูมิจะค่อยๆ ลดลง ส่วนเดือนที่
อุณหภูมิต่ำจะอยู่ในเดือนธันวาคมและมกราคม ซึ่งคล้อยตามช่วงที่หนาวของซีกโลกเหนือและระยะเวลาที่ดวงอาทิตย์ไป
ตั้งฉากบริเวณ 23½ องศาใต้ โดยเฉพาะในวันที่ 22 ธันวาคม ประเทศไทยจะได้รับรังสีดวงอาทิตย์เฉียงที่สุด แต่กระนั้น

