Page 40 - อุตุนิยมวิทยาเพื่อการบิน1
P. 40
39
้
จะได้ว่า p -p = d.g.(h -h ) เมื่อ g คือแรงโนมถ่วงของโลก
1
1
2
2
หรือ ^p = d.g.^h
เรียกว่า สมการของของไหล (Hydrostatic equation)
ถ้าเราทราบ d เราก็จะค านวณผลต่างความสูง ^h ได้จากการวัด p , p มาก่อน
2
1
่
ู
็
ความหนาแนนของอากาศจะแปรตามอุณหภูมิและความกด โดยจะเปนอัตราส่วนกลับกับอุณหภมิและ
เปนอัตราส่วนตรงกับความกด ดังนั้นจะพบว่า "Isobaric surface ในอากาศเย็นจะอยู่ชิดกันกว่าในอากาศอุ่น"
็
หรือกล่าวอีกอย่างหนึงว่า "ความกดจะลดลงตามความสูงในอากาศเย็นได้มากกว่าในอากาศร้อน"
่
็
ความหนาแนนของอากาศจะลดลงอย่างรวดเร็วตามความสูงเปนผลจากการลดลงของความกดนั้น
่
หมายความว่า ระยะระหว่างพืนผิวความกดอากาศเท่า (Isobaric surface) จะเพิ่มขึ้นเมือความกดอากาศ
่
้
่
ลดลง หรือความกดอากาศในบริเวณความกดอากาศสูงจะลดลงได้เร็วกว่าบริเวณทีมีความกดอากาศต า
่
5. รูปแบบของความกดอากาศ (Pressure pattern)
นักพยากรณอากาศและผู้ท างานในอากาศจะเปนผู้นาเอาค่าความกดอากาศไปใช้ต่อไปอย่าง
็
์
กว้างขวางรูปแบบของความกดบนแผนทีอากาศจะถูกวิเคราะห์และคาดหมายความเปนไป สภาพอากาศที ่
่
็
เกิดขึนมีความสัมพันธ์กับระบบความกดอากาศเปนอย่างยิ่ง นักอุตุฯ ทีได้รับการอบรมเปนอย่างดีแล้วเท่านั้น
้
่
็
็
่
ที่จะเข้าใจถึงความสัมพันธ์นีได้อย่างลึกซึง อย่างไรก็ตามมีรูปแบบของความกดอากาศบางอย่างทีเราควร
้
้
ทราบ เพราะจะได้เข้าใจถึงสาเหตุการเกิดสภาพอากาศได้บ้างพอสังเขป เช่น ความกดอากาศสูงมักจะแสดง
ถึงสภาพอากาศดี ในขณะที่ความกดอากาศต ามักปรากฏกับอากาศไม่ดี การเปลียนแปลงความกดอากาศมี
่
่
ผลกระทบต่อความหนาแนนบรรยากาศซึงก็จะกระทบไปถึงการบินด้วย ทีเห็นได้ชัดก็คือเมือความกดอากาศ
่
่
่
่
้
่
ลดลงจะสัมพันธ์กับระยะสูง (Elevation) ทีเพิ่มขึน
่
ในแผนที่อากาศ รูปแบบของความกดอากาศจะแสดงด้วยเส้นต่อเนือง เรียกว่า ไอโซบาร์ (Isobars)
่
่
่
่
ซึงเปนเส้นทีต่อเชื่อมเอาทุกบริเวณทีมีความกดอากาศเท่ากัน ณ ระดับเดียวกัน แต่เนืองจากสถานีตรวจ
็
อากาศมักอยู่ ณ ระดับความสูงต่างๆ กัน เราจึงต้องแก้ไขเปลียนค่าความกดที่ตรวจวัดได้ ให้เปนค่าทีระดับ
่
็
่
่
้
่
มาตรฐานเดียวกันคือระดับนาทะเล มิฉะนั้นเราจะได้แผนทีอากาศทีแสดงเพียงระดับต่างๆ ของพืนผิวเท่านั้น
้
ทั้งนีเนืองจากค่าการเปลียนแปลงของความกดอากาศในแนวดิ่งมีค่ามากกว่าในแนวระดับ
่
้
่
้
่
การแสดงการกระจายของความกดอากาศในระดับอืนๆ ที่สูงกว่าระดับนาทะเล เขามักแสดงด้วยเส้น
่
่
่
็
่
ความสูงเท่า (Contour) ซึงเปนเส้นทีเชือมจุดต่างๆ บนระนาบของความกดอากาศเท่าทีมีความสูงจาก
้
ระดับนาทะเลเท่ากัน บริเวณใดทีมีค่าความสูงของระนาบความกดอากาศเท่าสูง บริเวณนั้นก็จะเปนบริเวณที ่
็
่
้
มีความกดอากาศสูงเกิดขึน ตามรูป 7
่
่
5.1 หย่อมความกดอากาศต า (Low or Depression) เปนบริเวณทีศูนย์กลางของความกดอากาศมีค่า
็
นอยทีสุด ทีถูกล้อมรอบด้วยความกดอากาศทีสูงกว่า มีขนาดไม่แนนอนตั้งแต่ 1 กม. เช่น ทอร์นาโด ไปจนถึง
้
่
่
่
่
่
เปนพันกิโลเมตร ในหย่อมความกดอากาศต าขนาดใหญอาจมีหย่อมความกดอากาศต าขนาดเล็ก ที่เรียกว่า
่
่
็
Secondary low อยู่ภายในก็ได้ หย่อมความกดอากาศต าตัวทีมีความชันของความกดอากาศมาก ถือว่ามี
่
่
้
่
ความรุนแรงมากกว่าตัวทีมีความชันของความกดอากาศนอย ถ้าความกดอากาศทีศูนย์กลางมีค่าลดลงแสดง
่
ว่ามีความรุนแรงขึน และในทางตรงข้าม ความรุนแรงจะลดลงเมื่อความกดอากาศทีศูนย์กลางมีค่าเพิ่มขึน
้
่
้
้
ในแผนทีอากาศผิวพืน เราใช้สัญลักษณ์ว่า "L" สีแดง
่

