Page 37 - อุตุนิยมวิทยาเพื่อการบิน1
P. 37
36
2.3 บารอกราฟ (Barograph)
็
่
เปนบารอมิเตอร์แบบโลหะทีออกแบบมาให้บันทึกค่าความกดอากาศได้อย่างต่อเนือง ท าให้เราทราบ
่
์
ถึงความเปลียนแปลงความกดอากาศในช่วงเวลาต่างๆ ได้ ซึ่งเปนประโยชนต่อนักพยากรณ์อากาศอย่างมาก
็
่
่
่
่
รูปแบบและปริมาณการเปลียนแปลงความกดอากาศใน 3 ชม. ทีแล้วมาของการตรวจอากาศทีเรียกว่า
่
"Pressure tendency" นั้น จะมีการรายงานในแผนทีอากาศด้วย
่
ตามรูป 3 แสดงถึงการเปลียนแปลงของความกดอากาศทีบันทึกในบารอกราฟ
่
รูป 3 A barogram
3. หน่วยวัดความกดอากาศ (Pressure units)
ตามนิยามเปนหนวยของแรงต่อหนวยของพืนที ใน International system of units (SI units ) คือ
่
่
่
็
้
-2
"นิวตันต่อตารางเมตร" (Nm ) ซึ่งเรียกว่า ปาสคาล Pascal (Pa)
5
่
่
ส าหรับความกดอากาศทีผิวโลกมีค่าประมาณ 10 ปาสคาล (Pa) เรียกว่า 1 บาร์ (bar) เนืองจากการ
่
่
่
เปลียนแปลงของความกดอากาศประจ าวันมีค่านอยกว่า 1 บาร์ ดังนั้นในทางอุตุฯ จึงใช้หนวยทีเล็กลงมา
้
3
เรียกว่า มิลลิบาร์ (Millibar) โดย 1 bar = 10 mb ดังนั้น
-2
2
2
1 mb. = 10 N m หรือ 10 Pa นั่นเอง
่
อนึง ในปจจุบัน WMO ได้ตกลงก าหนดให้ใช้ค า "เฮกโตปาสคาล Hectopascal (hPa)" แทน "มิลลิบาร์"
ั
่
ส าหรับบารอมิเตอร์แบบปรอท เราใช้หนวยวัดความกดอากาศเปนความสูงของปรอทในหลอดแก้ว
็
2
มาตรฐาน โดย ณ อุณหภมิ 0 องศาเซลเซียส และความเร่งจากแรงโนมถ่วงโลก 9.80665 เมตร/วินาที มีค่า
้
ู
้
ความกดอากาศเท่ากับ 29.92 นิว หรือ 760 มิลลิเมตรของปรอทหรือ 1013.25 hPa
4. การเปลยนแปลงของความกดอากาศ (Pressure variation)
ี่
ความกดอากาศเปลียนแปลงได้อย่างต่อเนืองทุกเวลาทุกสถานทีตามสภาพอากาศ เช่น เมฆ หมอก
่
่
่
่
่
่
ฝน ลม และแนวปะทะอากาศ เมือระบบความกดอากาศสูงหรือต าเคลือนตัวผ่านไปทางใดก็มักจะท าให้
บริเวณนั้นมีค่าความกดเปลียนแปลงไปด้วย ซึงใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะเปลียนไปแต่ละนิวปรอท
่
่
้
่
่
่
่
็
ู
การเปลียนแปลงความกดอากาศทีเห็นได้อย่างชัดเจนทีสุดจะเปนไปตามระยะสูง (Altitude) และ อุณหภมิ
(Temperature)
่
* การเปลียนแปลงความกดอากาศในแนวดิ่ง เนืองจากค่าความกดอากาศก็คือนาหนักของมวลอากาศ
่
้
้
ทั้งหมดเหนือระดับที่ตรวจวัด ค่าความกดอากาศ ณ. ระดับสูงขึนไปจึงมีค่านอยลงตามล าดับและลดลงอย่าง
้
้
้
่
ุ
รวดเร็วประมาณ 1 hPa ต่อระยะสูงทีเพิ่มขึนทุกๆ 10 เมตร หรือ 1 นิวปรอทต่อทุกๆ 1,000 ฟต

