Page 85 - อุตุนิยมวิทยาเพื่อการบิน1
P. 85
84
3. แบ่งตามหลักเทอร์โมไดนามิกส์
้
เปนการแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของการถ่ายเทความร้อนระหว่างมวลอากาศนั้นกับผิวพืนที ่
็
ู
เคลื่อนทีผ่าน ดังได้อธิบายรายละเอียดในเรื่องการเปลียนแปลงคุณสมบัติของมวลอากาศโดยอุณหภมิ
่
่
็
่
่
้
3.1 มวลอากาศเย็นกว่าผิวพืนทีเคลื่อนทีผ่านไป (Cold) ก าหนดให้เปน k
่
3.2 มวลอากาศร้อนกว่าผิวพืนทีเคลื่อนทีผ่านไป (Warm) ก าหนดให้เปน w
่
้
็
้
่
เนืองจากมวลอากาศแบบ A นั้นเกิดขึนจากบริเวณทีเปนหิมะและนาแข็งตลอด ดังนั้นจึงไม่แบ่งว่าเปน
็
่
็
้
่
็
้
่
้
ประเภทมาจากนานนาหรือบนพืนดิน ท านองเดียวกันกับมวลอากาศแบบ E นั้นเกิดแถบศูนย์สูตร ซึงเปนพื้น
็
่
้
นาเปนส่วนใหญ ดังนั้นมวลอากาศจึงสามารถจ าแนกออกไปได้อีกคือ
A = มวลอากาศแถบอาร์คติก (Arctic air mass)
mP = มวลอากาศแถบขั้วโลกฝายมหาสมุทร (Maritime Polar air mass)
่
่
cP = มวลอากาศแถบขั้วโลกฝายทวีป (Continental Polar air mass)
mT = มวลอากาศเขตร้อนฝายมหาสมุทร (Maritime Tropical air mass)
่
cT = มวลอากาศเขตร้อนฝายทวีป (Continental Tropical air mass)
่
E = มวลอากาศแถบศูนย์สูตร (Equatorial air mass)
เมื่อมวลอากาศเหล่านีเคลื่อนทีไปยังผิวพืนทีแตกต่างกันจะได้มวลอากาศทีมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี ้
่
่
้
้
่
mTk mTw
cTk cTw
mPk mPw
cPk cPw
่
่
้
่
ตัวอย่างเช่น mPk หมายถึงมวลอากาศฝายมหาสมุทรแถบขั้วโลกทีเย็นกว่าผิวพืนทีมวลอากาศ
่
เคลื่อนที่ผ่านไป อาจเคลือนไปทางศูนย์สูตรหรือเคลือนไปบนผิวพื้นทีร้อนกว่าก็ได้แต่ในทางตรงข้าม ถ้ามวล
่
่
่
่
้
้
อากาศจากแหล่งเดียวกันนีเคลื่อนไปทางขั้วโลกซึ่งเปนผิวพืนทีเย็นกว่า มวลอากาศนั้นก็จะอุ่นกว่าผิวพืนทีอยู่
้
็
็
ข้างล่าง เราจึงต้องเติม w ไปไว้ข้างหลัง เปน mPw
ขอให้สังเกตว่าสัญลักษณ์ k และ w นั้นไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิของมวลอากาศจริงๆ แต่เปนอุณหภมิที ่
ู
็
ู
้
แตกต่างกันระหว่างมวลอากาศนั้นๆ กับผิวพืนที่รองรับ มวลอากาศเย็นอาจใช้ w ก็ได้ถ้าอุณหภมิของมวล
้
่
่
่
อากาศดังกล่าวยังสูงกว่าผิวพืนข้างล่างทีเย็นกว่าขณะทีมวลอากาศนั้นเคลื่อนทีผ่าน โดยทั่วไปแล้วคุณสมบัติ
ของมวลอากาศจะเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ เช่นมวลอากาศขั้วโลกแผ่ลงมาในเขตร้อนแล้วปกคลุมอยู่บริเวณนั้น
็
่
้
่
็
มวลอากาศดังกล่าวต้องค่อยๆเปลียนเปนร้อนขึนอย่างช้าๆ ก่อนทีจะกลายเปนมวลอากาศเขตร้อน

