Page 41 - wx_instruments I
P. 41

41





              ประเภทเครื่องวัดลม

                     เครื่องวัดลมแบบลูกถ้วยและใบพัด โดยทั่วไปจะใช้เพื่อตรวจสอบอัตราเร็วลม มีส่วนประกอบย่อย ๒
              ส่วน คือ ตัวที่หมุนรอบ (rotor) และ เครื่องกำเนิดสัญญาณ (signal generator) ในระบบ       ที่ออกแบบไว้ด  ี

              ความเร็วเชิงมุมของลูกถ้วยหรือใบพัดที่หมุนต้องเป็นสัดส่วนโดยตรงต่ออัตราเร็วลม หรือถ้าจะกล่าวให้แน่นนอน

              นั้น ในกรณีของตัวหมุนใบพัด ส่วนประกอบของอัตราเร็วลมต้องขนานกับแกนของการหมุน นอกจากนี้การ
              ออกแบบเครื่องวัดอัตราเร็วลมที่ดีนั้น การสอบเทียบอัตราเชิงเส้น (linearity) ต้องเป็นอิสระกับความหนาแน่น

                                                                                                ้
              อากาศ และตั้งค่าศูนย์ไว้อย่างดีและมีเสถียรภาพในพิสัยของอัตราเร็วลมที่วัด โดยสามารถทดสอบไดโดยง่ายใน
              กระบวนการผลิต และการสอบเทียบเครื่องวัดอัตราลมแบบลูกถ้วยสามารถคลาดเคลื่อนจากอัตราเชิงเส้นได ้

              มาก หากแขนเชื่อมต่อกับลูกถ้วยกับแกนหมุนยาวกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของลูกถ้วยมากไป ลักษณะการ

              ตอบสนองของอัตราลมประเภทลูกถ้วยและใบพัด ต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราเร็วลมสามารถตรวจสอบโดย
              “ระยะการตอบสนอง (response length)” ซึ่งเป็นสัดส่วนโดยตรงกับโมเมนต์ของความเฉื่อยของตัวหมุน

              (rotor) และ       ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเรขาคณิตของเครื่องวัดอัตราเร็วลม
                                                                                                 ่
                     นอกจากนี้ยังมีเครื่องวัดลมชนิดใหม่ซึ่งกำลังพัฒนาหรือค้นคว้าขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ เครื่องมือเหลานี้อาจจะ
                                  ี่
              กลายมาเป็นเทคโนโลยีทก้าวหน้าสำหรับใชเป็นเครื่องวัดลมที่ใช้งานประจำต่อไป
                                                 ้
                     (ก) เครื่องวัดอัตราเร็วลมชนิด Pitot tube ซึ่งวัดค่าความกดที่เพิ่มขึ้นในหลอดทปรับให้เป็น
                                                                                        ี่
                                       ิ
              แนวเดียวกับเวกเตอร์ลมโดยทศทางของศรลม ระบบการบันทึกเชิงเส้น ใช้หลักการเกี่ยวข้องกับปัญหาอัตราเร็ว
                                ั
              เฉลี่ยที่เกิดจากความสมพันธ์กำลังสองระหว่างอัตราเร็วลมและความกด และสามารถให้ข้อมูลความแรงของลม
              กระโชกโดยไม่ต้องพลังงานไฟฟ้า

                     (ข) เครื่องวัดอัตราเรวลมชนิดคลื่นเสียง (Sonic anemometers) ที่วัดเวลาในระหว่างการ
                                       ็
              ส่งออกและการรับของคลื่นอัลตราโซนิคเหนือในระยะทางที่กำหนด เนื่องจากเครื่องวัดอัตราเร็วลมชนิดคลื่น

              เสียงไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว เซนเซอร์ชนิดนี้จึงมีความทนทานสูง และความถูกต้องไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบัน

              เครื่องวัดอัตราเร็วลมชนิดคลื่นเสียงบางชนิดสามารถวัดลมได้แม้ว่าจะอยู่ในสภาวะที่มีฝนราคาของเครื่องมือชนิด
              นี้ในปัจจุบันใกล้เคียงกับเครื่องวัดลมแบบใบพัด-ศรลม

                     (ค) เครื่องวัดอัตราอัตราเร็วของลมชนิดจานร้อน (Hot-disc anemometer) ล่าสุดได้มีการ
              พัฒนาให้เป็นเครื่องวัดชนิดทรานซิสเตอร์ (Solid-state) ใช้วัดระดบการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิท   ตัวชปส  ์
                                                                     ั
                                                                                                 ี่
                                                                                                       ิ
                                                               ้
                                        ิ
              สามารถวัดทั้งอัตราเร็วลมและทศทางได้อย่างแม่นยำภายใตข้อกำหนด เครื่องมือดังกล่าวแข็งแกร่งและคงทนใน
                                             ุ
              การสอบเทียบเครื่องมือ แต่จนถึงปัจจบันนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของประสบการณ์การใช้งานจริงอยู่
                     (ง) เครื่องวัดอัตราเร็วลมชนิดลวดร้อน (Hot-wire anemometer) ใช้ในการวัดการเย็นลง
                                                                                          ุ
                                                        ิ
                                                                                                      ื
              ของเส้นโลหะบางๆที่ถูกทำให้ร้อน โดยในเชิงปฏิบัตแล้วมีความน่าเชื่อถือตำ เนื่องจากสาเหตสองประการคอ มี
                                                                           ่
              ความเปราะบางมากเกินไป และประการที่สอง การเปลี่ยนแปลงในค่าสอบเทียบสูง เมื่อมีสงสกปรกปนเปื้อน
                                                                                          ิ่
              หรือเมื่อมีความชื้น ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้ใช้ในงานในสภาวะที่มีฝนหรือความชื้น
   36   37   38   39   40   41   42   43   44   45   46