Page 11 - Climate
P. 11

10

                    0C-------     -----------------------  -----------------------  -----------------------   --------- 32F
                                      ต่ำกว่า 1 นิ้ว      1 - 3 นิ้ว       สูงกว่า 3 นิ้ว       หนาว

                   -10C-------    -----------------------  -----------------------  -----------------------   --------- 14F
                                                                                               หนาวมาก
                   -20C-------    -----------------------  -----------------------  -----------------------   ---------  -4F
                                                                                               หนาวจัด
                   -40C-------    -----------------------  -----------------------  -----------------------   --------  -40F

                                                                                             หนาวจัดมาก


               3.  การจำแนกลักษณะภูมิอากาศโดยใช้พืชพรรณและดินเป็นเกณฑ์
                                                                ้
                      นักพฤกษวิทยา (Botanists) และนักภูมิศาสตร์เห็นพองต้องกันว่าพชพรรณจะมีความแตกต่างกันตามลักษณะ
                                                                           ื
               ภูมิอากาศ หรือกล่าวอกอย่างหนึ่งได้ว่าลักษณะของพชพรรณจะเป็นผลมาจากลักษณะอากาศมากกว่าจะเป็นตัวการ
                                  ี
                                                          ื
               กำหนดความแตกต่างของลักษณะภูมิอากาศทั่วโลก
                                                              ื
                       ในการจำแนกลักษณะภูมิอากาศตามลักษณะของพชพรรณและดินเป็นเกณฑ์นั้น บลูเมนสต็อคและธอร์นสเวต
               (Bluemenstock & Thornwaite) ได้จัดแบ่งไว้ดังนี้
                      1)  ป่าฝนเขตร้อน (Tropical Rainy Forest) มีป่าและต้นไม้ขึ้นหนาแน่น ใบไม้เขียวชอมตลอดปี มีเถาวัลย์
                                                                                            ุ่
               และพืชต่างๆ ปกคลุมพื้นดินเต็มที่ ไม้พุ่มมีน้อยมาก อากาศร้อนชื้นมาก ฝนตกตลอดปี

                       2)  ป่ามรสุม (Light Tropical Rainy Forest) เป็นป่าไม้ไม่ทึบมาก ลำต้นเล็กกว่าเขตร้อน มีฤดูแล้งสลับฤดูฝน
               อุณหภูมิสูงตลอดปี
                       3)  ป่าไม้พุ่มและไม้หนาม (Scrub and Thorn Forest) กระจายทั่วไปในทุ่งโล่ง ปริมาณฝนน้อย

                               ุ่
                                                                                                           ๊
                       4)  ป่าไม้พมแบบเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Scrub Forest) เป็นป่าไม้ผลัดใบขนาดเล็ก เช่นต้นโอค
               มะกอก นอกจากนี้ยังมีไม้พมใบเป็นมัน และหญ้าพุ่มทั่วๆ ไป อากาศอบอุ่นมีฝนตกในฤดูหนาว
                                     ุ่
                                           ุ่
                       5)  ป่าไม้ใบกว้างเขตอบอน (Broad Leaf Forest) เป็นป่าไม้เนื้อแข็ง ที่มีการผลัดใบ เช่น เมเปิล โอค ฮกกอรี่
                                                                                                        ิ
                                                                                                     ๊
               เป็นป่าไม้เนื้อแข็งที่มีการผลัดใบในฤดูหนาว ในบางแห่งที่มีอากาศหนาวจะมีป่าสนขึ้นแซมทั่วไป
                       6)  ป่าสน (Tiga) เป็นป่าสนขึ้นในบริเวณขั้วโลก เช่น สปรูซ เฟอร์ และ เฮมล็อต
                       7)  ทุ่งหญ้าเขตร้อน (Savanna) เป็นทุ่งหญ้าสูงสลับกับพมไม้เตี้ยๆ ขึ้นอยู่เป็นบริเวณกว้าง
                                                                   ุ่
                       8)  ทุ่งหญ้าแพรรี (Prairies) เป็นทุ่งหญ้าที่ขึ้นในบริเวณที่ราบ ที่ราบสูง และที่ริมขอบเป็นทุ่งหญ้ายาว มี
               บริเวณตอนกลางของสหรัฐอเมริกา แคนาดา ยุโรปตะวันออก อาร์เจนตินาและอุรุกวัย

                       9)  ทุ่งหญ้าสเตปป์ (Stepps) เป็นทุ่งหญ้าสั้นที่ขึ้นในบริเวณที่ราบ ที่ราบสูงและริมขอบทะเลทราย
                      10)  ทุ่งหญ้าในทะเลทราย (Desert Scrub) เป็นเขตแห้งแล้ง พืชที่ขึ้นได้จะเป็นพวกตะบองเพชร เท่านั้น
                      11)  ทุนดรา (Tundra) ไม่มีต้นไม้ ยกเว้นพวกตะไคร่น้ำ
                      12)  ทุ่งน้ำแข็ง (Icecap) มีน้ำแข็งปกคลุมตลอดปี ไม่มีพืชขึ้นได้เลย


               4.  การแบ่งเขตภูมอากาศโดยใช้หลักของคอฟเฟ่น
                               ิ
                                                                     ุ
                       การแบ่งลักษณะภูมิอากาศของโลกแบบคอฟเฟนจะใช้อณหภูมิและปริมาณน้ำฝนเป็นเกณฑ์ และอาศัย
                                                              ่
                                                                                                           ่
               พืชพนธุ์ธรรมชาติ และดินช่วยในการกำหนดขอบเขตของอากาศอกด้วย การแบ่งเขตอากาศแบบนี้ ดร.วลาดิเมอร์ คอฟเฟน
                   ั
                                                                 ี
               (Dr. Waldimir Koppen) แห่งมหาวิทยาลัยกลาซ (Graz) ในประเทศออสเตรีย ได้คิดระบบการแบ่งอากาศแบบนี้ขึ้น
               เมื่อปี ค.ศ.1918 การแบ่งเขตอากาศแบบนี้นักศึกษาในทางภูมิศาสตร์ได้นำมาใช้อย่างกว้างขวาง
   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16