Page 54 - Climate
P. 54
53
ื
ทางใต้ของภาคเป็นการยกตัวของแผ่นดินขึ้นเป็นขอบสูงเช่นเดียวกับขอบทางตะวันตกคอมีแนวทิวเขา
ู
สันกำแพง และทิวเขาพนมดงรักเป็นขอบ หันขอบชันไปทางด้านกัมพชาและค่อยๆ ลาดไปทางทิศเหนือ นอกจากนี้ยังมี
ทิวเขาเตี้ยๆ ต่อจากทิวเขาพนมดงรักทางตะวันออกของช่องบกซึ่งเป็นจุดรวม 3 ประเทศ ทิวเขาเตี้ยๆ นี้คือทิวเขาแดน
เมือง เป็นแนวโค้งขึ้นไปทางเหนือสันเขาใช้เป็นแนวแบ่งพรมแดนไทย-ลาว ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัด
ุ
ึ่
อบลราชธานี และเป็นต้นน้ำส่วนหนึ่งของลำโดมน้อย ช่องเม็กซงเป็นจุดตะวันออกสุดของไทยก็อยู่ทางตอนเหนือ
ิ
ของทิวเขานี้ เมื่อพจารณาทิวเขาที่เป็นขอบสูงของภาคทั้งด้านตะวันตก ด้านใต้ ประกอบกับทิวเขาภูพาน ทางตอนกลาง
่
่
ของภาคแล้วจะเห็นได้ว่าภูมิประเทศกลายเป็นแองแบบก้นกระทะ คือบริเวณที่เรียกว่าแองโคราชนั่นเอง ขอบสูง
ทางด้านใต้นี้มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 400 เมตร แต่ยอดเขาบางแห่งสูง 700-1,000 เมตรเศษ เช่นยอดสูงๆ ในทิวเขา
สันกำแพง ซึ่งเป็นต้นน้ำของลำตะคอง ลำพระเพลิง หรือยอดเขาพนมดงรัก เป็นต้น
แนวเขาสูงด้านใต้ของภาคนี้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญที่ไหลงลงสู่ลุ่มแม่น้ำมูล ประกอบด้วยลำธาร
สายสำคัญ เช่น ลำพระเพลิง ลำตะคอง ลำปลายมาศ ซึ่งมีต้นน้ำจากทิวเขาสันกำแพง ห้วยทับทัน ห้วยสำราญ ห้วยขยุง
ลำโดมน้อย ลำโดมใหญ่ ซึ่งมีต้นน้ำจากทิวเขาพนมดงรัก
ทางตอนกลางของภาคค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย เป็นแนวทิวเขาภูพาน ซึ่งเป็นแนวทิวเขาเตี้ยๆ เริ่มจาก
บริเวณตอนเหนือของปากแม่น้ำมูล เป็นวงโค้งขึ้นไปบรรจบกับแนวทิวเขาเพชรบูรณ์ทางแถบภูกระดึง ทิวเขาภูพานเป็น
แหล่งต้นน้ำลำธารที่ปันน้ำออกไปสู่แอ่งโคราช และแอ่งสกลนคร
่
แองโคราช เป็นบริเวณที่ราบลุ่มของแม่น้ำชี และแม่น้ำมูล มีแนวภูเขาและที่สูงล้อมรอบเกือบทุกด้าน
่
่
ื้
ภูมิประเทศจึงมีสภาพเป็นแองแบบก้นกระทะที่มีบริเวณกว้างขวางที่สุดในภาคนี้ พนที่ในแองโคราชมิได้ราบเรียบ
่
โดยตลอด แต่จะมีลักษณะเป็นที่ราบลูกฟกสลับลูกเนินกระจายอยู่ทั่วไป ลำน้ำสายต่างๆ ที่ไหลลงสู่แองโคราชจึงไหล
ู
คดเคี้ยวไปมา ในตอนกลางและปลายฤดูฝนเมื่อฝนตกชุกน้ำไหลไปรวมกันในตอนกลางของแองโคราช ประกอบกับน้ำ
่
่
่
ื้
ในลำน้ำมูลเออท่วมฝั่งเพราะไหลลงแม่น้ำโขงไม่สะดวก จึงเออท่วมที่ลุ่มในแองโคราชได้ง่ายทำความเสียหายแก่พนที่
่
่
ทำการเกษตรอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณตอนกลางของแองโคราชที่เรียกว่า "ทุ่งกุลาร้องไห้"
่
แองสกลนคร เป็นบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยมีทิวเขาภูพานกั้นที่ราบลุ่มนี้ให้แยกออกจาก
แองโคราช ภูมิประเทศเป็นที่ลุ่มต่ำลาดเอยงจากทิวเขาภูพานไปสู่แม่น้ำโขง มีหนองน้ำที่ใหญ่ๆ ได้แก่ หนองหาน
ี
่
จังหวัดสกลนคร หนองหาน-กุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี และหนองญาติ จังหวัดนครพนม เป็นต้น
ทิวเขาภูพานเป็นต้นน้ำของลำน้ำสายสั้นๆ ไหลผ่านที่ราบนี้ลงสู่แม่น้ำโขง เช่นห้วยน้ำซ่อม น้ำโมงแม่น้ำ
่
สงคราม น้ำพง และด้วยเหตุที่แองนี้เป็นที่ลุ่มต่ำอยู่ริมฝังแม่น้ำโขง จึงมักประสบกับปัญหาน้ำจากแม่น้ำโขงเออท่วมล้น
ุ
่
ฝั่งท่วมที่ราบนี้อยู่เป็นประจำทุกปี
3.6 ภาคใต้
ั
ภูมิประเทศของภาคใต้เป็นคาบสมุทรแคบๆ ยาวยื่นไปในทะเล โดยมีทะเลอนดามันอยู่ทางตะวันตกและ
่
อาวไทยอยู่ทางตะวันออกของคาบสมุทร ส่วนที่แคบของคาบสมุทรเรียกว่าคอคอดกระ มีความกว้างประมาณ 50-80
กิโลเมตรอยู่ในเขตจังหวัดระนอง ส่วนบริเวณที่แคบที่สุดของประเทศไทยนั้นอยู่ทางตอนใต้ของภาคตะวันตก คือ
ที่ตำบลคลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ภาคใต้มีแนวทิวเขาทอดยาวเป็นแกนกลางของภาคโดยตลอด ประกอบด้วยทิวเขาภูเก็ต ทอดเป็นแนวยาว
ั
ตั้งแต่จังหวัดชุมพร ผ่านระนอง พงงา สุราษฎร์ธานี ต่อไปถึงภูเก็ต และใช้เป็นแนวแบ่งเขตจังหวัดต่างๆ ที่ผ่านมาด้วย
ั
ื้
แนวทิวเขาภูเก็ตวางตัวชิดไปทางชายฝั่งตะวันตกทำให้พนที่ชายฝั่งตะวันตกด้านจังหวัดระนองและพงงามีที่ราบแคบๆ
เท่านั้น แต่ทางด้านตะวันออกของทิวเขาภูเก็ตคือทางจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี จะมีที่ราบกว้างขวางกว่า
ถัดจากตอนใต้ของทิวเขาภูเก็ตไปทางตะวันออก คือพนที่ทางตะวันตกของจังหวัดสุราษฎร์ธานีต่อลงมา
ื้
ทางใต้ถึงจังหวัดกระบี่ เป็นแนวเขาหินปูนเตี้ยๆ กระจายอยู่ทั่วไป ภูเขาเตี้ยๆ เหล่านี้กระจายกันอยู่ และอยู่ใกล้ไปทาง
ชายฝั่งตะวันตกทางทะเลภูเก็ต

