Page 57 - Climate
P. 57
56
บทที่ 16
ภูมิอากาศประเทศไทย
1. บทนำ
นักภูมิอากาศวิทยาได้ให้ความสนใจและพยายามที่จะศึกษาค้นคว้าคิดหาเหตุผล เพื่ออธิบายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
ทางธรรมชาติที่มีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์โดยตรง อากาศนับว่าเป็นสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่มนุษย์ให้ความสนใจมาก
และมีศาสตร์ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับอากาศหลายสาขา เช่นภูมิอากาศวิทยา (Climatology) อตุนิยมวิทยา (Meteorology)
ุ
เป็นต้น สำหรับคำที่น่าสนใจเกี่ยวกับอากาศคือ กาลอากาศ (Weather) และภูมิอากาศ (Climate) ซึ่งพอจะแยกให้เห็น
ความหมายของคำทั้งสองได้ดังนี้
กาลอากาศ หรือ สภาพอากาศ (Weather) เป็นลักษณะอากาศที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ในท้องถิ่นใด
ท้องถิ่นหนึ่ง ที่ได้ทำการตรวจบันทึกไว้ในบริเวณนั้นๆ และเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ
ภูมิอากาศ (Climate) เป็นสภาพของอากาศที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ติดต่อกันเป็นเวลานาน และมีการตรวจสอบ
อยู่เสมอ ข้อมูลที่เกี่ยวกับภูมิอากาศจะได้จากค่าเฉลี่ยติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ
ิ
2. ปัจจัยที่ควบคุมภูมอากาศ (The Factors that Control Climate)
ลมฟ้าอากาศจะเปลี่ยนแปลงไปได้ เนื่องจากปัจจัยที่สำคัญหลายประการคือ
2.1 ละติจูด (Latitude) โลกมีลักษณะกลมค่อนข้างรีมีผิวโค้ง แกนเอยงจากแนวดิ่ง 23½ องศา ทำให้บริเวณ
ี
ต่างๆ บนพื้นโลกได้รับแสงอาทิตย์ไม่เท่ากัน เช่น บางแห่งมีอณหภูมิสูงตลอดปี ได้แก่ บริเวณเขตศูนย์สูตร บางแห่งจะมี
ุ
น้ำแข็งปกคลุมตลอดปี ได้แก่ บริเวณขั้วโลกเหนือ-ใต้
ุ
2.2 กระแสน้ำในมหาสมุทร (Ocean Current) ในบริเวณละติจูดเดียวกัน อณหภูมิจะแตกต่างกัน เนื่องจาก
อทธิพลความอน-เย็น ของกระแสน้ำ เช่น ประเทศญี่ปุ่นด้านตะวันออกมีกระแสน้ำอนอุโรชิโวไหลผ่าน ทำให้อากาศ
ุ่
ิ
ุ่
ิ
ั
อบอนกว่าประเทศเกาหลีและจีน บริเวณออสเตรเลียตะวันตกและตะวันออกมีอณหภูมิต่างกนเพราะอทธิพลของ
ุ่
ุ
กระแสน้ำ
2.3 ความกดอากาศสูง-ต่ำกึ่งถาวร ที่มีอยู่ในที่ต่างๆ (Semi-permanent High and Low Pressure) บริเวณ
ความกดอากาศสูงในไซบีเรีย และแคนนาดา ความกดอากาศต่ำในเกาะอลิวเซียน ทำให้ความกดอากาศที่แตกต่างกันนี้
่
มีมาก ย่อมกอให้เกิดความปรวนแปรของอากาศ เช่นมีฝนตกและพายุจัด อณหภูมิของอากาศย่อมจะเปลี่ยนแปลงไป
ุ
ด้วย
ื้
2.4 ความแตกต่างระหว่างพนดินและพนน้ำ (Land and Water Bodies) บริเวณพนน้ำจะร้อนช้ากว่าบริเวณ
ื้
ื้
ุ
พื้นดิน ทำให้เกิดความแตกต่างกันของอณหภูมิ
ั
2.5 ความสูงต่ำของพนดิน (Altitude) ในบริเวณเดียวกันจะมีระดับอณหภูมิต่างกน แม้จะได้รับแสงของ
ุ
ื้
ดวงอาทิตย์เท่ากันอณหภูมิจะไม่เท่ากันเพราะยิ่งสูงมวลอากาศยิ่งเบาบาง อากาศขยายตัวได้มาก โมเลกุลไม่เบียดเสียดกัน
ุ
ความร้อนย่อมน้อยลง
2.6 การขวางกั้นของภูเขา (Mountain Barrier) เขตที่อยู่ด้านหน้าของภูเขามีลมที่พดผ่านจะมีฝนตกชุกกว่า
ั
ด้านที่ไม่มีลมพดผ่าน ด้านที่รับลมเรียกว่า Windward ส่วนการที่ไม่มีลมพดผ่านจะทำให้ฝนตกน้อยเรียกว่าเขตกำบัง
ั
ั
ฝน (Rain Shadow) ความแตกต่างนี้ก่อให้เกิดอณหภูมิแตกต่างกันไปด้วย เช่น ภาคตะวันตกของทิวเขาตะนาวศรี เป็น
ุ
เขตรับลมมีฝนตกชุกกว่าทางด้านตะวันออกซึ่งเป็นเขตกำบังฝนหรือเรียกว่าด้านอับลม
2.7 ลมและมวลอากาศ (Wind and Air Mass) ลมประจำปีที่พดผ่านส่วนต่างๆ ของโลก เช่น ลมประจำถิ่น
ั
ลมประจำฤดู ย่อมทำให้เกิดอากาศเปลี่ยนแปลงและพายุแปรปรวน
2.8 ลักษณะภูมิประเทศ (Landform) เทือกเขาที่สูงชันจะช่วยกันลมไม่ให้ไปตกในบริเวณถัดไปทำให้ลักษณะ
ุ
ภูมิอากาศสองบริเวณแตกต่างกัน บริเวณที่ราบสูงอณหภูมิจะเย็นกว่าที่ราบต่ำ

