Page 15 - อุตุนิยมวิทยาเพื่อการบิน1
P. 15
14
่
้
็
้
็
่
2.1 การระเหย (Evaporation) เปนการเปลียนสถานะของนาจากของเหลวมาเปนแก๊ส ซึงพืน
ผิวหนาของของเหลว (นา) จะหายไป และเปลียนรูปเปนไอนาลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งอัตราการหายไปจะเพิ่มขึน
้
้
้
็
่
้
้
่
้
เมืออุณหภมิของพืนผิวหนาของของเหลวนั้นๆ เพิ่มขึ้น เปนกรรมวิธีทีไอนาในบรรยากาศเกิดมาจากนา
้
็
ู
่
้
ู
่
(ของเหลว) การระเหยเกิดขึ้นได้เสมอทุกอุณหภมิจนกว่าอากาศจะอิ่มตัว แม้อุณหภมิของอากาศต า การ
ู
็
้
็
ระเหยก็เกิดขึนได้ โดยใช้ความร้อนแฝง (Lalent heat) การกลายเปนไอจ าเปนจะต้องใช้ความร้อนเปนจ านวน
็
มาก (600 แคลลอรี่ต่อกรัม) และความร้อนนีจ าเปนจะต้องเอามาจากบริเวณใกล้เคียงดังนั้นการระเหยจึงเปน
็
้
็
่
้
่
กรรมวิธีทีท าให้เกิดความเย็น (Cooling process) วิธีหนึงอัตราการกลายเปนไอของผิวนาจะเพิ่มขึน เนืองด้วย
่
็
้
สาเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี ้
- ความเร็วลมเพิ่มขึน
้
ู
้
้
ู
- ความแตกต่างของอุณหภมิของอากาศกับอุณหภมิของนามากขึน
้
ู
ู
้
- ความแตกต่างระหว่างอุณหภมิของอากาศกับอุณหภมิของจุดนาค้างมากขึน
็
2.2 การกลั่นตัว (Condensation) เปนขบวนการที่ไอนาในบรรยากาศเปลี่ยนสถานะกลายมาเปนนา
้
็
้
้
ในบรรยากาศการกลั่นตัวจะเริ่มขึนเมืออากาศนั้นถึงจุดอิ่มตัว ในระหว่างกรรมวิธีของการกลั่นตัว อากาศจะ
่
คายความร้อนแฝงออกมา (600 แคลอรีต่อกรัม) นั่นคือเพิ่มอุณหภมิให้กับอากาศทีอยู่ใกล้เคียง ดังนั้น
ู
่
่
ขบวนการกลั่นตัวจึงเปนกรรมวิธีท าให้เกิดความร้อนซึงพายุฟาคะนอง ทอร์นาโด ใต้ฝุน ฯลฯ ก็ใช้พลังงาน
่
้
่
็
ความร้อนจากผลของการกลั่นตัวดังกล่าว
การกลั่นตัวมักจะเกิดจากการที่อากาศเย็นลง ซึงหลังจากเย็นลงแล้วอากาศจะเกิดการอิ่มตัว และท า
่
็
ให้เกิดการกลั่นตัวกลายเปนเมฆ และหมอก
ในบรรยากาศ การเย็นลงบางทีเกิดจากอากาศไหลทับพื้นที่ที่เย็นกว่า (Advection) หรือเกิดจากการ
้
ยกตัวขึ้นของอากาศ ท าให้อากาศขยายตัวและเย็นลง (Expanding and Colling) ซึงเรียกกระบวนการนีว่า
่
ADIABATIC PROCESSES หรือการที่ผิวพื้นเบื้องล่างของอากาศเย็นลง ท าให้อากาศที่ติดกับผิวพื้นเย็นลง
ด้วยการแผ่รังสี (Radiation cooling) ซึ่งวิธีการนีจะท าให้เกิดหมอกมากกว่าเมฆ ถ้าหากลมแรงหมอกจะยกตัว
้
้
็
กลายเปนเมฆสเตรตัส (Stratus) ซึ่งเรียกกระบวนการนีว่า NONADIABATIC PROCESSES
ในการเย็นลงตามอะเดียเบติก (Adiabatic cooling) หรือการเย็นลงเนืองจากการขยายตัว (Cooling
่
้
่
้
by expansion) เกิดขึนเมืออากาศถูกยกตัวให้สูงขึนซึงจะท าให้ความกดอากาศลดนอยลงอากาศก้อนนั้นจะ
้
่
ขยายตัวและเย็นลง การยกตัวขึนของอากาศนีจะเกิดขึนจากธรรมชาติ ซึงเกิดจากความร้อน (Thermal) และ
้
่
้
้
เกิดจากการยกตัวตามหลักแมคคานิค (Mechanical lifting)
การยกตัวเนืองจากความร้อน (Thermal lifting) เกิดจากการที่อากาศทีผิวพื้นร้อนขึนอันเนืองมาจาก
่
่
่
้
การถ่ายเทความร้อนจากพื้นผิวนั้น อากาศก็จะถูกยกตัวขึนเรียกว่า การยกตัวในทางตั้ง (Convection lifting)
้
ู
ส าหรับการยกตัวเนืองจากแมคแคนิกนั้น คือผลอันเกิดจากอากาศถูกบังคับให้ลอยสูงขึ้นตามลาดภเขา
่
้
(Orographic lifting) หรือการถูกบังคับให้ลอยตัวสูงขึนเหนือมวลอากาศเย็น (Frontal lifting) หรือท าให้
ลอยขึนโดยการที่อากาศไหลสอบเข้าหากัน (Convergence) อากาศที่เคลือนที่มาทับอากาศที่เย็นกว่าจะถูก
้
่
้
่
ท าให้เย็นลง การกลั่นตัวก็จะเกิดขึนเปนผลท าให้เกิดหมอก และเมฆชั้นต า
็
2.3 การระเหิด (Sublimation) หรือการระเหิดกลับ (Deposition)
็
้
็
นาแข็งเปลี่ยนสถานะกลายเปนไอนาโดยไม่ผ่านการเปนนามาก่อน โดยนาแข็งรับเอาความร้อนทีอยู่
้
้
้
่
้
็
้
ในบรรยากาศโดยรอบมาท าให้เกิดการระเหยกลายเปนไอนาในที่สุด กระบวนการนีเรียกว่า การระเหิด หรือ
้
็
SUBLIMATION เช่น หิมะกลายเปนไอนา เปนต้น
็

