Page 26 - อุตุนิยมวิทยาเพื่อการบิน1
P. 26

25

                                                          บทท 3
                                                               ี่
                                                อุณหภูมิ (Temperature)

                                                                                 ็
                                                                                                ่
                     ค าว่า "อุณหภมิ" หมายถึงการบอกระดับความร้อน ความเย็น เปน "องศา" การทีสสารต่างๆ มี
                                  ู
                                                                                       ็
                                          ็
                    ู
              อุณหภมิต่างกันนั้น นอกจากเปนเพราะได้รับพลังงานความร้อนไม่เท่ากันแล้วยังเปนเพราะมีโครงสร้างทาง
                                                                                  ่
              โมเลกุลแตกต่างกันอีกด้วย เมื่อให้ความร้อนจ านวนเท่ากันต่อสสารสองชนิดทีมีปริมาตรเท่าๆ กัน สสารชนิด
                                      ่
                                                                 ้
                                                              ้

              หนึงจะร้อนกว่าอีกชนิดหนึง เช่นพืนดินจะร้อนกว่าพืนนา อุณหภมินีมีความส าคัญต่อผู้ท างานในอากาศ
                 ่
                                              ้
                                                                            ้
                                                                         ู
              เพราะเข้าไปมีส่วนเกียวข้องกับองค์ประกอบต่างๆ ในระบบการท างานของอากาศยานโดยทั่วๆ ไป และ
                                 ่
                                                                                                         ์
                                                                               ็
              สามารถก่อให้เกิดเหตุวิกฤติต่อภารกิจการบินบางภารกิจได้ อีกทั้งยังเปนสาเหตุให้เกิดปรากฏการณทาง
                                ้
                                                       ู
              อุตุฯ ขึนด้วยเพราะพืนทีต่างๆ บนโลกมีอุณหภมิไม่เท่ากัน
                    ้
                                   ่

              1. การวัดค่าอุณหภูมิ
                                                                     ้
                                                               ั
                     เทอร์โมมิเตอร์ทีใช้กันทั่วไปในงานหลายสาขาปจจุบันนีได้แก่ เทอร์โมมิเตอร์ปรอท เพราะปรอทเปน
                                                                                                           ็
                                   ่
                                                   ่
                                                          ู
              สารทีมีความไวในการขยายและหดตัว เมืออุณหภมิเปลี่ยนแปลง แต่มีแนวโนมว่าในอนาคตเทอร์โมมิเตอร์
                   ่
                                                                                   ้
                                     ้
              ไฟฟาจะได้รับการพัฒนาขึนมาใช้งานอย่างกว้างขวางแทน เพราะให้ค่าเที่ยงตรงมาก เนืองจากท างานด้วย
                  ้
                                                                                            ่
                                                                                       ่
                           ้
              ระบบวงจรไฟฟา ส าหรับแอลกอฮอล์เทอร์โมมิเตอร์นั้น นิยมใช้ในการวัดค่าอุณหภูมิต าๆ (เพราะแอลกอฮอล์มี
                                    º
                                                                       ็
              จุดเยือกแข็งต าถึง -130 C) แม้แต่ Minimum thermometer ก็เปนเทอร์โมมิเตอร์แบบใช้แอลกอฮอล์ ส่วน
                           ่
                                                                                    ่
                                                      ่
                                                                                                 ู
              เทอร์โมมิเตอร์โลหะ ใช้โลหะบางๆ 2 ชนิดทีมีการหด-ขยายตัวไม่เท่ากัน (เมือได้รับอุณหภมิเท่ากัน) มา
                                                          ู
              ประกบติดกัน เหมาะในการตรวจ-บันทึกค่าอุณหภมิเปนระยะเวลายาวนาน เช่นเทอร์โมมิเตอร์แบบจดบันทึก
                                                             ็
                              ็
              (Thermograph) เปนต้น
                     1.1 มาตราที่ใช้วัด การวัดค่าอุณหภมินิยมแสดงหนวยเปน "องศา" (Degree) ได้มีนักวิทยาศาสตร์
                                                     ู
                                                                   ่
                                                                        ็
                                                  ้
              หลายท่านคิดก าหนดมาตราวัดอุณหภมิขึนมาต่างๆกัน เพื่อให้เหมาะกับงานสาขาต่างๆ เช่น
                                               ู
                     เซลเซียส (Celsius, เซ็นติเกรดเดิม,  C) เปนมาตราที่เรา และบรรดาประเทศทีนิยมใช้ระบบเมตริก
                                                      º
                                                           ็
                                                                                           ่
              คุ้นเคยกันดี นักวิทยาศาสตร์ด้านอวกาศของประเทศสวีเดนเปนผู้ก าหนดมาตรานีขึน โดยให้จุดเยือกแข็งอยู่ที  ่
                                                                   ็
                                                                                    ้
                                                                                      ้
                         ้

              0 C และจุดนาเดือดอยู่ที 100 C จากจุดเยือกแข็งถึงจุดเดือดจึงแบ่งออกเปน 100 ช่ององศาเท่าๆ กัน
               º
                                   ่
                                                                              ็
                                       º
                                            º
                                                                                                             ้
                     ฟาเรนไฮต์ (Fahrenheit, F) เปนมาตราทีนิยมใช้กันในกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกา มาตรานี
                                                 ็
                                                           ่
                                                                  ่
                                                                     º
                                                                                                         ้
                                   ิ
                                                                                          ่
                                                                                              º
                                                                               ้

              ถูกก าหนดขึ้นโดยนักฟสิกส์เยอรมัน ให้จุดเยือกแข็งอยู่ที 32 F และจุดนาเดือดอยู่ที 212 F มาตรานีแบ่ง
                                                                     ่
              ออกเปน 180 ช่ององศาเท่าๆ กัน ส าหรับค่า 0 องศาซึ่งเปนค่าต าสุดของมาตรานีได้จากการนาเทอร์โมมิเตอร์

                                                                ็
                    ็
                                                                                    ้
                                                                                                        ่
                                                                                       ่

                                                  ้
                                                                 ่
              วางไว้ในส่วนผสมอย่างละเท่าๆ กันของนาแข็งและเกลือ ซึงในสมัยนั้นผู้ประดิษฐ์เชือว่าไม่มีวิธีการใดทีท าใน
                                               ่
                                                     ้
              ห้องทดลองจะสามารถท าอุณหภมิให้ต ากว่านีได้อีกแล้ว
                                          ู
                                       º
                                                                                            ่
                                                                        ่
                     โรเมอร์ (Reaumur,  R) เคยนิยมใช้กันในยุโรปกลาง แต่เสือมความนิยมไปแล้วเมือต้นศตวรรษที่ 20
                                                                                   º
                                                                 º

                                                                         ้
                                     ็
               ้
                    ิ
                                                               ่
                                                                                ่
              นี นักฟสิกส์ชาวฝรั่งเศสเปนผู้ก าหนด มีจุดเยือกแข็งอยู่ที 0 R  จุดนาเดือดที 80 R
                     เคลวิน (Kelvin, หรือ องศาสัมบูรณ, Absolute, K หรือ A  นิยมใช้ในงานด้านวิทยาศาสตร์มาตรานี ้
                                                    ์
                                          ิ
              ก าหนดโดย ลอร์ด เคลวิน นักฟสิกส์และนักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ ก าหนดจุดเยือกแข็งอยู่ที่ 273 K และ
                                                                           ็
              จุดเดือดอยู่ที 373 K นั่นคือจากจุดเยือกแข็งถึงจุดเดือดแบ่งออกเปน 100 ช่ององศาเช่นเดียวกับมาตรา
                          ่
                                                                                                ้
              เซลเซียสนั่นเอง ควรสังเกตว่ามาตรานีไม่มีอุณหภมิที่เปนค่าลบ เนืองจากค่าต าสุดในมาตรานี (0 K) นั้นเปน
                                                               ็
                                                                                                           ็
                                                                        ่
                                                ้
                                                                                  ่
                                                          ู
                                                                                                      ่
                                                                      ่
                                               ์
              ศูนย์อย่างแท้จริง (ศูนย์องศาสัมบูรณ) ไม่มีพลังงานความร้อนทีจะไปกระตุ้นโมเลกุลของสารให้เคลือนไหว
                                                                                                 º
                                                                 ู
              แม้แต่โมเลกุลของแก๊สก็ยังหยุดนิ่ง และการเขียนค่าอุณหภมิเคลวินจะไม่ใส่เครื่องหมายองศา ( )
   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30   31