Page 27 - อุตุนิยมวิทยาเพื่อการบิน1
P. 27
26
็
1.2 การแปลงมาตรา จะเห็นได้ว่าในมาตราเซลเซียสนั้นแบ่งช่ององศาออกเปน 100 ช่อง ส่วน
่
็
ฟาเรนไฮต์มี 180 ช่อง อัตราส่วนระหว่างองศาเซลเซียสต่อองศาฟาเรนไฮต์ จึงเปน 1 ต่อ 9/5 ซึงสามารถ
เขียนเปนสูตรง่ายๆ ส าหรับการแปลงมาตราทั้งสองได้ดังนี C/5 = (F-32)/9
้
็
็
º
ตัวอย่าง การแปลงค่า 40 C ให้เปน F
º
จากสูตร C/5 = (F-32)/9
แทนค่า 40/5 = (F-32)/9
360 = 5F-160
5F = 520
º
F = 520/5 = 104 F
ส่วนมาตราเซลเซียส กับเคลวินนั้นต่างก็แบ่งออกเปน 100 ช่องเหมือนกันแต่จุดเยือกแข็งและ
็
จุดเดือดของเคลวินอยู่ห่างจากของเซลเซียสอยู่ 273 ช่ององศา ฉะนั้น สูตรในการแปลงหนวยระหว่างมาตรา
่
็
ทั้งสองจึงเปน K = 273 + C (หรือ C = K - 273)
º
ตัวอย่าง การแปลงค่า 40 C เปนองศา K
็
จากสูตร K = 273 + C
แทนค่า K = 273 + 40
K = 313
*** จุดเยือกแข็ง หมายถึงจุดแห่งการเปลียนสถานะ จากของเหลวเปนของแข็ง
็
่
็
("จุดเยือกแข็ง" Freezing point) และในทางกลับกันจากของแข็งกลายเปนของเหลว
º
("จุดหลอมละลาย" Melting point) ซึ่งทั้งสองจุดนีอยู่ทีค่าอุณหภมิเดียวกัน (0 C)
้
่
ู
ี
2. กรรมวิธถ่ายเทความร้อน (Heat transfer process)
่
ี
และการเปลยนแปลงของอุณหภูมิ (Temperature changes)
็
การถ่ายเทพลังงานความร้อนระหว่างสิ่งต่างๆ ตามธรรมชาตินั้นมีอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับเปนการ
ู
้
เฉลียกระจายความร้อนออกไป หากวางวัตถุต่างอุณหภมิ 2 ชินไว้ใกล้ๆ กัน พลังงานความร้อนของวัตถุที่มี
่
้
่
ู
่
ู
อุณหภมิสูงกว่าจะถ่ายเทไปสู่วัตถุทีมีอุณหภมิต ากว่าโดยวิธีใดวิธีหนึงต่อไปนีคือ การนาความร้อน
่
็
้
่
(Conduction), การพาความร้อน (Convection), การแผ่รังสี (Radiation) และมีแนวโนมทีเปนไปได้ว่า ในทีสุด
่
ู
อุณหภมิของวัตถุทั้งสองจะเท่ากัน
2.1 การนาความร้อน (Conduction) เปนวิธีที่ความร้อนถ่ายเทผ่านระหว่างโมเลกุลต่อโมเลกุลของ
็
่
วัตถุที่สัมผัสกันโดยวัตถุตัวนานั้นไม่ต้องเคลือนที เช่น ท่อนเหล็กทีเผาไฟ แม้ปลายเหล็กจะสัมผัสไฟเพียง
่
่
็
ด้านเดียว แต่ปลายด้านตรงข้ามก็ร้อนด้วย โลหะส่วนมากเปนตัวนาความร้อนที่ดีแต่อากาศเปนตัวนาความ
็
่
้
่
ร้อนทีเลว และถ่ายเทความร้อนได้ช้า เมื่อพืนดินร้อนในตอนกลางวัน อากาศทีอยู่ติดกับผิวดินเท่านั้นทีร้อนขึน
่
้
ด้วยการนาความร้อน ในเวลากลางคืนพืนดินคายความร้อนได้เร็วกว่าจึงมีอุณหภมิต ากว่าอากาศ จะมีก็เพียง
่
ู
้
็
ชั้นบางๆ ของอากาศที่อยู่ติดผิวดินเท่านั้นที่เย็นเนืองจากการสัมผัสกับพื้นดิน จึงเปนต้นเหตุส าคัญของการ
่
ู
้
้
่
เกิดนาค้าง เมื่อวัตถุต่างๆ คายความร้อนออกอย่างรวดเร็วในเวลากลางคืน จนพืนผิวของมันมีอุณหภมิต ากว่า
อากาศ ท าให้ความชืนในอากาศทีมาสัมผัสมีอุณหภมิถึงจุดนาค้างได้โดยง่าย
้
ู
้
่
่
่
่
2.2 การพาความร้อน (Convection) คือการทีตัวสือพาเอาความร้อนติดไปด้วยเมื่อเคลือนทีจากแหล่ง
่
เดิมในวิชาอุตุนิยมวิทยาจะมุ่งถึงความหมายของ Convection แต่เฉพาะในกรณีของ "การพาความร้อนในทาง
ดิ่งเท่านั้น" เช่นอากาศเหนือต าบลหนึงถูกความร้อนแล้วยกตัวขึ้น อาการเช่นนีเราเรียกว่า Convection
่
้

