Page 28 - อุตุนิยมวิทยาเพื่อการบิน1
P. 28

27

              ส่วนการพาความร้อนทางระดับ (แนวระนาบ) เช่นการที่อากาศโดยรอบเคลื่อนตัวในแนวระนาบเข้ามาแทนที      ่

              อากาศ ณ ต าบลข้างต้นเรียกว่า Advection
                                                         ่
                                                ็
                     2.3 การแผ่รังสี (Radiation) เปนการเคลือนที่ของความร้อนโดยไม่ต้องผ่านตัวกลางพลังงานความ
                                                               ้
              ร้อนแผ่ออกมาจากต้นก าเนิดในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟา เช่นพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์แผ่รังสีผ่าน
                                  ่
              อวกาศมาในรูปของคลืนสั้น (Short wave radiation) และโลกแผ่รังสีกลับไปในรูปของคลืนยาว (Long wave
                                                                                            ่
              radiation)

              3. คุณสมบัติบางประการของการแผ่รังส
                                                   ี
                                                                                                     ้
                                ่
                                                                        ็
                     การแผ่รังสีทีเรารู้จักกันดีคือ การแผ่รังสีจากดวงอาทิตย์เปนพลังงานในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟาเคลื่อน
                                       ็
                                                  ่
              ตัวด้วยความเร็วของแสง เปนการยากทีจะแยกความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างพลังงานความร้อนกับ
              พลังงานแสง ความแตกต่างทีเราคุ้นเคยก็คือเราสามารถสัมผัสพลังงานแสงได้ด้วยการมองเห็น ดวงอาทิตย์แผ่
                                       ่
              รังสีออกมาในทุกขนาดช่วงคลื่น ช่วงที่แผ่พลังออกมาสูงสุดคือช่วงของแสงสว่าง (Visible range) ซึงมีความ
                                                                                                     ่
                                                                          ่
                                                                                        ่
                                                                                                           ็
              ยาวขนาดช่วงคลื่นระหว่าง 0.4 ถึง 0.7 ไมครอน แต่ประมาณครึ่งหนึงของพลังงานทีแผ่จากดวงอาทิตย์เปน
              ขนาดช่วงคลื่นอื่นทีสั้นกว่า 0.4 ไมครอน ได้แก่พวก อุลตร้าไวโอเล็ต และเอ็กซเรย์ เปนต้น ส่วนที่มีความยาว
                               ่
                                                                                        ็
              มากกว่า 0.7 ไมครอน ได้แก่พวกอินฟราเรด และคลื่นวิทยุอื่นๆ เปนต้น
                                                                        ็
                                                                          ่
                     กฏของ Planck และของ Stefan-Boltzmann ช่วยอธิบายเรืองก าลังในการแผ่พลังงานและช่วยให้
              สามารถค านวณหาค่าออกมาได้
                     กฏของ Planck กล่าวว่า "ก าลังในการแผ่พลังงาน ณ ช่วงคลืนใดๆ ของวัตถุด า (Black body) จะ
                                                                            ่
                            ู
               ้
              ขึนอยู่กับอุณหภมิของวัตถุด านั้น"
                     กฏของ Stefan-Boltzmann กล่าวว่า "ผลรวมของก าลังในการแผ่พลังงานของวัตถุด าจะเปนสัดส่วน
                                                                                                    ็
                                                                                          ู
                                                                                                      ็
                                                                                                         ั
              โดยตรงกับอุณหภมิ (เคลวิน) ของวัตถุนั้นยกก าลังสี่" จะเห็นว่ากฏทั้งสองนั้นมีอุณหภมิของวัตถุเปนปจจัย
                              ู
                          ่
              ส าคัญ วัตถุทีมีอุณหภมิสูงกว่าจะมีก าลังในการแผ่พลังงานมากกว่า และขนาดของคลืนสั้นกว่า เช่นดวง
                                                                                            ่
                                  ู
              อาทิตย์เมื่อเทียบกับโลก ดวงอาทิตย์แผ่พลังงานออกมาอย่างมหาศาล เพราะมีอุณหภมิสูงกว่า และพลังงานที ่
                                                                                        ู
                                                                                                       ่
              แผ่ออกมาก็เปนพวกคลืนสั้น (Short waves) ส่วนโลกแผ่พลังงานที่ได้รับนั้นกลับออกไปในรูปของคลืนยาว
                          ็
                                   ่
              (Long waves or Terrestrail radiation)
                                          ็
                   *** วัตถุด า (Black body) เปนวัตถุสมมุติในทางทฤษฎี ที่สามารถแผ่พลังงานออกมาสูงสุดในทุกขนาด
                                                                                                   ู
              ช่วงคลืน ณ อุณหภมิหนึง และสามารถดูดซึมพลังงานทั้งหมดทีมาตกกระทบ เช่น ณ อุณหภมิหนึงโลก
                                ู
                                                                        ่
                                                                                                        ่
                                    ่
                    ่
                                                        ่
              สามารถดูดซึมและแผ่พลังงานช่วงความยาวคลืน 10 ไมครอน ได้เกือบเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงที  ่
                    ู
                                                                                 ่
              อุณหภมินั้นโลกมีคุณสมบัติเกือบเปน Black body ส่วนชือ "วัตถุด า" นั้นไม่เกียวกับสี มุ่งถึงคุณสมบัติในเรื่อง
                                             ็
                                                               ่
                                           ็
              การดูดซึม และการแผ่พลังงานเปนหลักไม่ว่าตัววัตถุจะเปนสีอะไรหรือมีโครงสร้างอย่างไรก็ตาม
                                                               ็





              4. พลังงานในบรรยากาศ (Energy in the atmosphere)
                                           ็
                             ้
                                                                ่
                     อริสโตเติล (Aristotle) เปนเจ้าของแนวความคิดทีว่า การได้รับความร้อนไม่เท่ากันของแถบศูนย์สูตร
                                    ็
                                                           ่
              กับแถบขั้วโลกนั่นเอง เปนที่มาของพลังมหาศาลทีผลักดันให้บรรยากาศของโลกเกิดการหมุนเวียนถ่ายเท
   23   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33