Page 58 - wx_instruments I
P. 58
58
หลักการเบื้องหลังการใช้งานของอุปกรณ์นี้มีความเรียบง่าย ภาชนะเก็บฝนแบบโลหะหรือถ้วย โลหะชนิด
เบาจะถูกแบ่งเป็นสองส่วนซึ่งปรับสมดุลในแกนนอน ในตำแหน่งปกติ ถ้วยจะอยที่จุดหยุดหนึ่งใน
ู่
้
สองจุด ซึ่งจะป้องกันการพลิก น้ำฝนจะจะมาจากที่เก็บเข้าไปยังส่วนด้านบนและหลังจากไดปริมาณหนึ่งถวยจะไม่
้
สมดุลและจะพลิกลงมาอยู่ที่อีกตำแหน่งหนึ่ง รูปร่างของถ้วยจะสามารถเทน้ำออกได้หมดที่ตำแหน่งด้านล่าง ใน
ขณะเดียวกัน ฝนก็จะตกลงมาอย่างต่อเนื่องในภาชนะด้านบน การเคลื่อนที่ของถ้วยขณะที่พลิกลงมา ทำให้สามารถ
ใช้ตัวรีเลย์เพื่อให้บนทึกข้อมูลที่ไม่ต่อเนื่องได้ โดยช่วงเวลาห่างของแต่ละครั้งจะแสดงถึง ช่วงเวลาที่ใช้ในการเก็บ
ั
ี
จำนวนของน้ำฝนท่ตก ปริมาณการบันทึกนี้ไม่ควรเกิน ๐.๒ มม. หากต้องการการตรวจวัดที่ละเอียด ถึงแม้ว่าถ้วย
จะใช้เวลาน้อยแต่เป็นช่วงเวลาหนึ่งในการพลิกลง โดยในระหว่างครึ่งแรกของการเคลื่อนไหว อาจมีน้ำฝนเพิ่มเข้ามา
ในส่วนที่คำนวณไว้แล้ว ทำให้ปริมาณฝนที่วัดได้มีค่าผิดพลาด ค่าผิดพลาดนี้จะมีมากขึ้นหากฝนตกหนัก (๒๕๐ มม.
้
ต่อชั่วโมง) แต่อย่างไรก็ดีเป็นค่าผิดพลาดที่สามารถควบคุมได วิธีการที่ง่ายที่สุด คือ การใช้อุปกรณ์คล้ายกับ กาลัก
น้ำที่ปลายกรวยของถงวัดฝน ที่จะส่งน้ำไปที่ถ้วยในอัตราที่ควบคุม ซึ่งจะช่วยปรับอัตราฝนตกที่มีการตกสูงมากใน
ั
์
ระยะเวลาสั้นให้ลดลง อีกทางหนึ่งคือ การเพิ่มอุปกรณเพื่อเร่งเวลาการพลิก ซึ่งใช้ใบขนาดเล็กที่ได้รับการกระทบ
ของน้ำฝนจากถังเก็บ ใช้ในการเพิ่มแรงไปที่ถ้วย ซึ่งเปลี่ยนไปตามความเข้มของฝนที่ตก
ถังวัดแบบถ้วยกระดกนี้ สะดวกสำหรับใช้กับสถานีตรวจอากาศแบบอัตโนมัติ เนื่องจากมันจะสามารถใช้
กับวิธีการแบบดิจิตอลได้ รูปคลื่นที่เกิดจากตัวสัมผัสสามารถนำมาเก็บเป็นข้อมูลในเครื่องเก็บข้อมูลและหาปริมาณ
สะสมของฝนในระยะเวลาที่ต้องการ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ได้กับเครื่องบันทึกแบบกราฟได้ด้วย
๒.๓ ถังวัดหยาดน้ำฟ้าแบบลูกลอย (Float Gauge)
ในอุปกรณ์ชนิดนี้ น้ำฝนจะผ่านไปที่ช่องที่มีลูกลอยอย เมื่อระดับของ
ู่
น้ำภายในช่องเพิ่มสูงขึ้น การเคลื่อนที่ในแนวตั้งของลูกลอยจะถูกส่งผ่านไป
โดยกลไกที่เหมาะสมไปที่ปากกาที่เคลื่อนที่บนกราฟหรือเครื่องส่งสัญญาณ
ดิจิตอล เมื่อปรับขนาดของช่องปากรับน้ำฝน ลูกลอยและช่องลูกลอยให ้
เหมาะสมกัน สามารถใช้กราฟตามสเกลที่ต้องการไดในการที่จะบันทึกน้ำฝน
้
ในช่วงเวลาที่ต้องการ (โดยทั่วไป ๒๔ ชั่วโมง) นั้น ช่องลูกลอยจะต้องมีขนาด
ใหญ่มาก (ในกรณีนั้นจะใช้สเกลที่มีขนาดบีบอัดบนกราฟหรือสื่อบันทึกอื่นๆ)
หรือจะต้องมีกลไกในการระบายน้ำออกจากช่องลูกลอยโดยอัตโนมัติ และ
่
รวดเร็วเมื่อมันเต็ม เพื่อให้ปากกาหรือตัวชี้กลับที่ที่ศูนย์ใหม ปกติแล้วจะใช้การ
ออกแบบของกาลักน้ำเข้าช่วย โดยขั้นตอนของกาลักน้ำควรจะเริ่มต้นที่ระดับที่
กำหนดไว้ ที่กันไม่ให้น้ำล้นระดับดังกล่าวที่ช่วงต้นหรือช่วงท้ายของระยะเวลาที่เกิดกาลักน้ำ ทั้งนี้ระยะเวลาของกา
ลักน้ำไม่ควรนานกว่า ๑๕ วินาที ในบางแบบของถังวัดฝนชนิดนี้ การประกอบช่องลูกลอยจะอย่บนใบมีด เพื่อให้
ู
ู
ช่องลูกลอยที่เต็มจะไม่สมดุล ดังนั้นการกระเพื่อมของน้ำจะช่วยขบวนการกาลักน้ำ หากน้ำฝนในช่องลูกลอยถกเท
ออกหมด มันจะกลับมาที่ตำแหน่งเริ่มต้นเดิม เครื่องบันทึกน้ำฝนแบบอื่นๆ จะมีกาลักน้ำแบบบังคับ ซึ่งทำงานใน
เวลาน้อยกว่า ๕ วินาที กาลักน้ำแบบบังคับแบบหนึ่ง มีช่องขนาดเล็กที่แยกจากช่องหลัก และรับน้ำฝนที่ตกใน

