Page 73 - ทฤษฎีอุตุนิยมวิทยา
P. 73

69


                                ก. ความชันและความเร็ว

                                    โดยทั่วไปแล้วจะมีความชันมากกว่าแนวปะทะอากาศอุ่น  กล่าวคือ  ค่าความชันจะอยู่ระหว่าง 1:50 ถึง
               1:150 โดยประมาณ สำหรับในกิจการบินแล้ว อาจแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ  แนวปะทะอากาศเย็นเคลื่อนที่ช้า  (Slowly

               Moving Cold  Front)  กับแนวปะทะอากาศเย็นเคลื่อนที่เร็ว (Rapidly Moving Cold Front) แนวปะทะอากาศเย็นทั้ง

               สองชนิดนี้มีโอกาสที่จะเปลี่ยนจากชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่งได้   การเคลื่อนที่ของอากาศเย็นในระดับต่ำๆซึ่งมีความ
               เสียดทานนั้น แนวปะทะอากาศเย็นเคลื่อนที่เร็วจะมีความชันมากกว่าแนวปะทะอากาศเย็นเคลื่อนที่ช้า

                                                   ี่
                                    ความเร็วในการเคลื่อนทของแนวปะทะอากาศเย็นนั้นประมาณ 35 กม./ชม. หรือ 80%-100%
               ของความเร็วลมจีโอสโตฟิก

                                  ข. ความกดและลม  โดยปกติแล้วก่อนที่แนวปะทะอากาศเย็นจะเคลื่อนเข้ามาถึงสามารถทราบได้โดยสังเกต

               ได้จากการลดลงของความกดอากาศ และลมจะพัดทวนเข็มนาฬิกา จนเกือบขนานกับแนวปะทะ เมื่อแนวปะทะเคลื่อนเข้า
               มาถึงและผ่านไปแล้ว ความเร็วลมจะเพิ่มขึ้น จนถึงขั้นลมแรง (Strongest) และลมกระโชกที่รุนแรง (Very Gusty) อาจ

               เกิดขึ้นในแนวปะทะได้ ขณะที่แนวปะทะอยู่ที่สถานีลมจะพัดในทิศตามเข็มนาฬิกา    แต่เมื่อแนวปะทะเคลื่อนผ่านไปแล้ว
                            ี่
               ลมจะค่อยๆเปลยนในทิศทวนเข็มนาฬิกา  เนื่องจากว่าแนวปะทะอากาศเย็นจะปรากฏในร่องความกดอากาศต่ำที่รุนแรง
                                                                                       ่
               (Sharp Trough) ดังนั้นลมอาจจะเปลี่ยนทศทางในฉับพลันได้  และเมื่อแนวปะทะเคลื่อนผาน   ลมอาจจะลดกำลังลง
                                                 ิ
               อย่างรวดเร็ว หรือแรงอย่างต่อเนื่อง และเกิดลมกระโชก (Gusty Wind) ได  ้
                                  ค. เมฆและสภาพอากาศ

                                          ี่
                                    สภาพอากาศทเกิดในแนวปะทะอากาศเย็นมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ลมพัดขั้นไม่รุนแรงไปจนกระทั่ง
                                                                                                ื
               เป็นพายุฟ้าคะนองที่รุนแรงพร้อมทั้งมีเพดานเมฆต่ำ ทัศนวิสัยลดลง และลมกระโชกกำลังแรง สรุปแล้วก็คอสภาพอากาศท ี่
                                                   ้
               เกิดขึ้นในแนวปะทะอากาศชนิดนี้ พิจารณาไดจากคณสมบัตของมวลอากาศอุ่นในแนวปะทะ ประกอบกับการพิจารณาคา
                                                                                                            ่
                                                       ุ
                                                              ิ
               ของการยกตัวของมวลอากาศอุ่นเป็นสำคัญ  หรืออาจจะพิจารณาค่าเฉพาะอื่นๆ  เช่นปริมาณความชื้นของมวลอากาศอุ่น
                                                                                                ั
               และค่าความทรงตัวของมวลอากาศอุ่น ความเร็วในการเคลื่อนที่ของแนวปะทะอากาศเย็น และความลาดชนของพื้นผิวแนว
               ปะทะ

                                    แนวปะทะอากาศเย็นเคลื่อนที่ช้านั้น  อากาศอุ่นจะเคลื่อนไปตามลาดของพื้นผิวแนวปะทะ  ลักษณะของ
               เมฆประกอบด้วย เมฆพายุฟ้าคะนอง (CB) และฝนซู่ (Shower) ซึ่งเกิดดานหน้าของแนวปะทะสวนด้านหลังของ
                                                                                                ่
                                                                             ้
                                                ั
               แนวปะทะเมฆที่เกิดได้แก่  อัลโตสเตรตส (As), เซอร์โรสเตรตัส (Cs) และฝนธรรมดา สำหรับเมฆ Ns จะครอบคลุม
               ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของแนวปะทะ
   68   69   70   71   72   73   74   75   76   77   78