Page 71 - ทฤษฎีอุตุนิยมวิทยา
P. 71

67


                                                                 ้
                                            ั
                                                           ี่
                                                                                     ่
                                                                                          ี่
                                      เมฆเซอร์โรสเตรตสจะหนาขึ้นในขณะทเข้าใกลแนวปะทะ จากนั้นเมฆจะคอยเปลยนเป็นอัลโตสเตรตัส (As)
                                                    ิ
               แล้วน้ำฟ้าก็จะเริ่มตกลงมา อย่างไรก็ตามโดยปกตแล้วน้ำฟ้าทตกลงมานั้น  สวนใหญ่จะระเหยไปก่อนที่จะตกลงถึงพื้น  สำหรับ
                                                                        ่
                                                             ี่
                    ี่
                                 ่
                                                   ั
               เมฆททำให้ฝนตกอย่างตอเนื่อง คือ นิมโบสเตรตส  (Ns) ซึ่งสามารถปกคลุมพื้นที่ได้ถึง 300 ไมล์ (Nautical Mile) ข้างหน้าของ
                                               ่
                                                                                ั
                                                                    ั
                                                                                               ิ
               พื้นผิวแนวปะทะ และเพดานเมฆจะลดลงตำอย่างรวดเร็ว  เพราะว่าระดบของเมฆสเตรตส (St) และสเตรโตควมูลัส  (Sc) ซึ่งเกิด
                                                                      ี่
                                                                    ่
                                                                                                ิ
                                       ่
               จากการระเหยของหยดน้ำที่ตกผานอากาศเย็น  สำหรับเพดานเมฆที่ตำทสดอาจจะอยู่ใกล้กับแนวปะทะที่ผวพื้น  (Surface
                                                                        ุ
                                                            ่
                                                                                ี
               Front)    ซึ่งอาจจะเป็นบริเวณที่เกิดหมอกในแนวปะทะได้เชนเดียวกัน  ทศนวิสัยนั้นดภายใต้การเกิดเมฆเซอร์โรสเตรตัส  (Cs)
                                                                       ั
               และอัลโตสเตรตส (As) แต่ทศนวิสัยจะลดลงอย่างรวดเร็วในพื้นที่ที่น้ำฟ้าปกคลุมอยู่ และทศนวิสัยจะลดลงตำสด ณ บริเวณ
                                                                                                 ่
                                     ั
                           ั
                                                                                    ั
                                                                                                   ุ
               ใกล้ๆกับพื้นผิวแนวปะทะ
                                                         ั
                                    เมฆ   CS, As, Ns   นั้นส่วนใหญ่ถูกจดเป็นเมฆในแนวระดับมากกว่าเป็นเมฆที่มีมวลเดี่ยวๆ (Single Cloud
               Mass) หรือเป็นเมฆก้อน
                                                                                 ั
                                    ในบางครั้งอากาศอุ่นอาจจะทรงตวไม่ดี (Unstable) และเกิดการยกตวขึ้นทำให้เกิดเมฆก่อตัวในทางตง (Cu,
                                                                                                        ั้
                                                      ั
               Cb)  และบางครั้งจะเกิดพายุฟ้าคะนองที่รุนแรง  ซึ่งแฝงตัวอยู่ในระบบของเมฆนิมโบสเตรตส  (Ns)  อัลโตสเตรตัส  (As)  อัลโต
                                                                                   ั
                    ั
               คิวมูลส (Ac) และจะมีฝนตกหนักตลอดแนวของน้ำฟ้าอย่างตอเนื่อง
                                                            ่















                                                    ี่
                             รูปท 8-5 แนวปะทะอากาศอุ่นททรงตัวไม่ดี (Warm Front with Moist, Unstable-Warm Air)
                             ี่
                                    เมื่ออากาศอุ่นเคลื่อนที่ไปนั้น มีคณสมบัติแห้ง ลอยตัวสูงขึ้น และก่อนที่จะมีการกลั่นตัวเกิดขึ้น
                                                          ุ
               จะไม่ปรากฏเห็นเมฆก่อตัวในทางตั้งเลย ปกติแล้วกรณีเช่นนี้จะตรวจพบเพียงเมฆชั้นกลาง  และเมฆชั้นสูงเท่านั้น

                                   เมฆและสภาวะการมองเห็นบริเวณหลังแนวปะทะนั้นจะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของมวลอากาศอุ่น

               ถ้าอากาศอุ่นนั้นมีความชื้นน้อย จำนวนเมฆจะมีประมาณ 2-4 ใน 8 สวน และทศนวิสัยจะด ถ้าอากาศอุ่นมีความชื้นมากจะ
                                                                            ั
                                                                                     ี
                                                                    ่
   66   67   68   69   70   71   72   73   74   75   76