Page 156 - อุตุนิยมวิทยาเพื่อการบิน4
P. 156
155
้
ึ
้
้
็
กระแสอากาศไหลลงรุนแรง (Downdraft) จนทาให้เกิดเมฆเปนลาคลายงวงชาง ยื่นจากใตฐานเมฆหนาทบลงมายัง
พื้นดิน โดยที่ภายในของล าเมฆที่หมุนวนนี้จะมีความกดอากาศต่ ามาก
่
๒.๑.๒.๒ Low ceiling (BKN OR OVC) เพดานเมฆตาโดยถ้าตรวจอากาศแลวไดเปนระดบ
้
ั
็
้
่
Broken Clouds หรือ Overcast Clouds แสดงว่ามีเมฆเป็นสวนมากถึงเมฆมาก ทาให้มีผลตอการขึ้นและลงจอด
่
ของ ฮ.เพราะมีผลต่อค่าทัศนวิสัยในทางตั้ง
๒.๑.๒.๓ Clouds cover helipad เมฆทปกคลมบริเวณจดลงจอดของ ฮ. ทาให้มีผลตอ
ุ
ี่
ุ
่
การขึ้นและลงจอดของ ฮ.
ั
ี่
ุ
ี่
่
่
๒.๑.๒.๔ Thick clouds at flight level เมฆหนาทปกคลมทระดบบิน ทาให้มีผลตอคา
ทัศนวิสัยในการบิน
ี่
๒.๑.๒.๕ Clouds cover mountains เมฆทปกคลมเขาในเสนทางบินทาให้มีความอยาก
ุ
้
ล าบากในการปฏิบัติการบิน เพราะ ฮ.มีระดับเพดานบินที่ต่ า
ี่
็
๒.๑.๒.๖ CSL or Rotor Clouds เปนเมฆทบ่งบอกถึงว่าจะมีกระแสอากาศปั่นป่วนบริเวณ
นั้นๆ
ค าพยากรณ์สภาพท้องฟ้าและเมฆ
ท้องฟ้าแจ่มใส (Clear sky) ๐ – ๑ ส่วน
ท้องฟ้าโปร่ง (Fair sky) เกินกว่า ๑ ส่วน ถึง ๒ ส่วน
เมฆบางส่วน (Partly cloudy sky) เกินกว่า ๒ ส่วน ถึง ๔ ส่วน
เมฆเป็นส่วนมาก (Cloudy sky) เกินกว่า ๔ ส่วน ถึง ๖ ส่วน
เมฆมาก (Very cloudy sky) เกินกว่า ๖ ส่วน ถึง ๗ ส่วน
เมฆเต็มท้องฟ้า (Overcast sky) เกินกว่า ๗ ส่วน ถึง ๘ ส่วน
ิ
ี่
๒.๒ กระแสอากาศปั่นป่วน (Turbulence) คอ การไหลของกระแสอากาศมักจะมีการเปลยนแปลงทศทาง
ื
ู
ี่
ุ
ั
ู
ี่
ั
ั้
หรือความเร็วอย่างรวดเร็วและตอเนื่อง ทงทระดบตาและระดบสงในทกฤดกาล ขณะทกระแสอากาศเกิดจากการ
่
่
กระเพื่อมหรือหมุนวนในบรรยากาศทั้งแนวระดับหรือแนวตั้ง
๒.๒.๑ ขั้นความรุนแรงของกระแสอากาศปั่นป่วน
๒.๒.๑.๑ กระแสอากาศปั่นป่วนขั้นเบา (Light turbulence) ในขั้นนี้มักจะเกิดในเมฆ
ั
ั
คิวมูลสก้อนเล็กๆ และพบในระดบตาๆ เหนือพื้นทขรุขระซึ่งมีความเร็วลมน้อยกว่า ๒๕ นอต บางครั้งจะพบในระดบ
ั
่
ี่
ต่ าๆ เหนือพื้นที่ที่ได้รับความร้อนไม่สม่ าเสมอกัน
๒.๒.๑.๒ กระแสอากาศปั่นป่วนขั้นปานกลาง (Moderate turbulence) มักจะเกิดจาก
ปรากฏการณ์ต่อไปนี้
- เกิดขึ้นในบริเวณคลนภูเขา (Mountain wave) เมื่อมีความเร็วลมประมาณ
ื่
ู
ั้
ั้
๒๐-๕๐ นอต หรือสงกว่า และพัดในทศทางตงฉากกับเทอกเขาอาจเกิดขึ้นได้ตงแตผวพื้นจนถึง ๑๐,๐๐๐ ฟุต เหนือ
ื
่
ิ
ิ
ั
่
โทรโพพอส และแผออกไปเป็นระยะทางถึง ๓๐๐ ไมล์ ทางด้านหลงลม หรือภายในบริเวณเมฆเซอร์รัส (Cirrus) ที่เกิด
ร่วมกับคลื่นภูเขานั้น
- เกิดขึ้นเมื่อคลนภูเขามีความเร็วประมาณ ๒๕-๕๐ นอต พัดในทศทางเกือบ
ิ
ื่
์
ั้
ื
่
ิ
ตงฉากกับเทอกเขา โดยจะเกิดขึ้นระหว่างผวพื้นกับโทรโพพอส และแผออกไปเป็นระยะทาง ๑๕๐ ไมล ทางดาน
้
หลังลม หรือภายในบริเวณเมฆเซอร์รัส ของคลื่นภูเขานั้น
ั้
่
- เกิดอยู่ภายในและรอบๆ พายุฟ้าคะนอง รวมทงสวนบนของพายุฟ้าคะนอง
ขั้นสลายตัว หรือภายใน ยอดเมฆ
- เมฆก้อน (Cumuliform) จะพบในเมฆคิวมูลัสที่หนาหรือมีขนาดใหญ่ (Towering
cumulus)
- เมื่อลมผิวพื้นมีความเร็วเกิน ๒๕ นอต ขึ้นไป มักจะเกิดขึ้นใกล้ๆ กับพื้นดิน

