Page 96 - อุตุนิยมวิทยาเพื่อการบิน1
P. 96

95

                                                               ี่
                                                          บทท 9
                                               แนวปะทะอากาศ (Fronts)

                        ่
                     ผู้ทีกล่าวได้ว่าเปนบิดาของแนวปะทะอากาศโดยเปนผู้คิดค้นทฤษฎีไว้เปนหลักส าหรับใช้เปนพื้นฐาน
                                   ็
                                                                                                    ็
                                                                                    ็
                                                                 ็
                                                             ็
                                                                                               ์
                                                           ้
                            ์
              ในการพยากรณอากาศประจ าวันตราบเท่าทุกวันนีเปนกลุ่มแรก และเริ่มใช้ในการพยากรณอากาศระหว่าง
               ี
              ป ค.ศ.1920-1930 คือ  ที. เบอเจรอน (T. Bergeron), เจ. เจิร์คเนส (J. Bjerknes) และ เอช. ซอล เบิร์ก (H.
              Solberg)

              1. จ ากัดความของแนวปะทะอากาศ
                                                                            ู
                                                                                          ่
                                                                                                    ่
                     เมื่อมวลอากาศสองมวลซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น อุณหภมิ, ความหนาแนน เคลื่อนทีมาพบกัน
                                                        ้
              และยังไม่มีการผสมคลุกเคล้าซึงกันและกันเกิดขึน แต่จะเกิดเปนบริเวณแคบๆ ขึนระหว่างมวลอากาศทั้งสอง
                                         ่
                                                                     ็
                                                                                    ้
                                                             ู
                                                                              ้
                                                                                 ้
              พร้อมทั้งเกิดการเปลียนแปลงอย่างรวดเร็วของอุณหภมิแผ่ขยายจากผิวพืนขึนไปสู่ส่วนบนของมวลอากาศทั้ง
                                ่
              สอง ณ ความสูงระดับหนึง
                                    ่
                     บริเวณแคบๆของการเปลียนแปลงระหว่างมวลอากาศทั้งสองนี เรียกว่า แนวปะทะอากาศ (Front) ซึง
                                                                                                            ่
                                                                           ้
                                           ่
              ครอบคลุมพืนที่ตั้งแต่ 20-90 กม.ขึนไป ส่วนที่สัมผัสกับพื้นโลกเรียกว่า แนวปะทะที่ผิวพื้น (Surface front)
                         ้
                                             ้
                                                              ้
              และส่วนพืนผิวทีลาดเอียงขึนไปเบืองบนเรียกว่า พืนผิวความลาดชันของแนวปะทะ (Slope of frontal
                             ่
                       ้
                                              ้
                                        ้
              surface)  ดังรูป 1





















                                                          รูป (1)

              2. คุณสมบัติโดยทั่วไปของแนวปะทะ (General characteristic of fronts)

                                      ้
                     2.1 ความชันของพืนผิวแนวปะทะ (Slope of frontal surface)
                     ถ้าของไหลทีเบา (Light) และหนัก (Heavy) เช่น นามัน และนา ถูกเทผสมเข้าด้วยกันในภาชนะอย่าง
                                                                 ้

                                ่

                                                                           ้
                                      ่
              หนึง ดังแสดงในรูป 2(A) ซึงสารทั้งสองชนิดจะยังไม่สามารถอยู่ในสภาวะสมดุลได้ จนกว่าสารที่หนักกว่าจะ
                 ่

                                                                                                           ้
              จมลงไปอยู่ใต้สารที่เบากว่า และเมื่อนั้นเองสภาวะสมดุลจึงจะเกิดในที่นีก็คือ นามันจะต้องลอยอยู่เหนือผิวนา
                                                                            ้

                                                                                  ้
              นั่นเอง  ดังแสดงไว้ในรูป 2(C)
   91   92   93   94   95   96   97   98   99   100   101