Page 97 - อุตุนิยมวิทยาเพื่อการบิน1
P. 97
96
รูป 2 ความลาดชันของแนวปะทะ
่
เมื่อพิจารณาความกดที่จุด A ในรูป 2(A) ภายใต้สภาวะของของไหลทีหนักกว่าเทียบต่อจุด B จะเห็น
ว่าความแตกต่างระหว่างความกด (Pressure Gradient) ที่จุด A และจุด B ซึงแสดงถึงการที่ของไหลที่หนัก
่
่
กว่าจะจมลงไปอยู่ใต้ (Undercut) ของไหลทีเบากว่า
่
จากรูป 2(B) ความกดที่จุด A มากกว่าจุด B ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การเคลือนที่อย่างต่อเนืองของของ
่
่
ไหลจากจุด A ไปยังจุด B จะเกิดสภาวะสมดุลย์ก็ต่อเมือของไหลทั้งสองนั้น ถูกแยกออกให้อยู่ในแนวระดับ
ดังแสดงไว้ในรูป 2(C) แล้วเท่านั้น
่
ในบรรยากาศการพิจารณาการพัดพาของลมควบคู่ไปกับการหมุนของโลกรอบแกนตัวเอง ซึงมีทิศ
่
ทางการเคลือนทีไปตามเส้นความกดอากาศเท่า (Isobar) จะมีทิศทางจากความกดอากาศสูง (High -
่
pressure) ไปยังความกดอากาศต า (Low pressure) และจะมีทิศทางตั้งฉากกับความชันของความกดอากาศ
่
(Pressure gradient) กล่าวคือ อากาศเบาหมายถึงอากาศอุ่น (Warm) และอากาศหนัก หมายถึงอากาศเย็น
(Cold) ที่ถูกแบ่งด้วยพื้นผิวความลาดชันของแนวปะทะ (Sloping surface) และอากาศเย็นทั้งหมดจมลงไป
้
อยู่ใต้อากาศอุ่นแล้ว ดังแสดงในรูป 2(D) ความชันของพืนผิวแนวปะทะ (Slope of frontal surface) ขึนอยู่กับ
้
ู
ความเร็วลมทั้งสองด้านของแนวปะทะ และความแตกต่างระหว่างอุณหภมิของมวลอากาศทั้งสองด้วย ซึง
่
พบว่าค่าความชันอยู่ในอัตราส่วนระหว่าง 1 ต่อ 30 ถึง 1 ต่อ 300
่
ู
2.2 โครงสร้างเกียวกับอุณหภมิของแนวปะทะ (Thermal structure of front)
่
่
การพิจารณาถึงคุณลักษณะของแนวปะทะอากาศ เมือแนวปะทะเคลือนที่ผ่านสถานีตรวจอากาศที
่
้
ู
ผิวพืนนั้นได้ท าการพิจารณาค่าอุณหภมิว่าค่อนข้างเพิ่มขึน หรือลดลงรวดเร็วเพียงใด
้
ู
จากการตรวจสอบพบว่า ความแตกต่างระหว่างอุณหภมิที่ผิวพื้นของสถานีตรวจอากาศทั้งสองแห่งที ่
่
็
อยู่ใกล้เคียงกันจะเปนตัวบ่งบอกบริเวณทีเกิดแนวปะทะอากาศได้
่
ในระบบลมชั้นบน สามารถทีจะทราบต าแหนงของแนวปะทะได้โดยท าการวิเคราะห์ บริเวณเส้น
่
่
่
่
่
อุณหภมิเท่าทีหนาแนนทีสุดนั่นเอง (Maximum concentration of isotherms) "อัตราการเปลียนแปลงของ
ู
ู
อุณหภมิตลอดแนวปะทะจะเปนสิ่งบอกให้ทราบถึงความรุนแรงของแนวปะทะ" แนวปะทะอากาศที่มีความ
็
ู
รุนแรงนั้นมีคุณสมบัติคือ มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภมิอย่างมากและรวดเร็ว ขณะที่แนวปะทะก าลังอ่อนนั้นมี
้
การเปลียนแปลงในเรื่องของอุณหภมิเพียงเล็กนอยตลอดแนวปะทะอากาศนั้น
่
ู
็
ในภารกิจการบิน ขอให้สังเกตุการเปลียนแปลงของอุณหภมิด้วย เพราะอาจเปนสิ่งบอกเหตุแก่ผู้ท า
่
ู
การบินได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมือต้องท าการบินในทิศทางตั้งฉากกับแนวปะทะอากาศพึงระลึกไว้เสมอว่า
่
้
้
ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึนนั้นจะเกิดขึนตลอดแนวปะทะมากกว่า ภายในมวลอากาศทั้ง
สองด้านของแนวปะทะนั้น

